บทความ > ตอบทุกเรื่องที่สงสัย! ใบขับขี่หมดอายุต้องทำอย่างไร?
ตอบทุกเรื่องที่สงสัย! ใบขับขี่หมดอายุต้องทำอย่างไร?

สนใจขอสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติไว


ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


สนใจทำประกัน ผ่อนเงินสด ไม่มีดอกเบี้ย

ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


ตอบทุกเรื่องที่สงสัย! ใบขับขี่หมดอายุต้องทำอย่างไร?

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน? ต้องทำอย่างไรบ้าง?

สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกประเภท การพกใบขับขี่ติดตัวทุกครั้งที่ขับขี่รถยนต์ นับเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องยึดถือปฏิบัติ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เกิดอุบัติเหตุ หรือว่ามีปัญหาในการขับขี่ยานพาหนะ ใบขับขี่จะช่วยยืนยันสถานะว่าคุณเป็นผู้มีความสามารถในการขับขี่รถยนต์อย่างแท้จริง และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ ไม่ควรปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ โดยผู้ได้รับอนุญาตขับขี่รถยนต์ ต้องหมั่น                                                                                                                                         

ตรวจสอบด้วยตนเอง ซึ่งใครที่อาจยังมีข้อสงสัยว่าแล้วถ้าใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน? ถ้าต่อไม่ทันจะส่งผลกระทบอย่างไร? ประกันภัยรถยนต์จะยังคุ้มครองอยู่ไหม? ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้

 

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน

1. ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ใบขับขี่หมดอายุ

ปกติแล้วผู้ขับขี่รถยนต์สามารถต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้ ไม่ต้องรอให้ใบขับขี่หมดอายุเสียก่อน โดยสามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนหมดอายุ และหลังหมดอายุแล้วไม่เกิน 1 ปี 

ถ้าผู้ขับขี่ต่ออายุใบขับขี่ภายในเวลาที่กำหนด จะสามารถขอรับใบขับขี่ใหม่ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบ และเสียค่าธรรมเนียมในการต่ออายุในอัตราปกติ ดังนี้

  • รถยนต์ อายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 500 บาท และค่าคำขอ 5 บาท 
  • รถจักรยานยนต์ อายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 250 บาท และค่าคำขอ 5 บาท

 

2. หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี

สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ยังไม่เกิน 3 ปี สามารถขอรับใบขับขี่ได้ใหม่ แต่ต้องทำการสอบข้อเขียนและได้คะแนนเกิน 90% ของคะแนนสอบทั้งหมด และชำระค่าธรรมเนียมในการต่ออายุในอัตราปกติ

3. หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป

ในส่วนของผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป สามารถขอรับใบขับขี่ได้ใหม่ แต่ต้องทำการสอบข้อเขียน รวมถึงสอบข้อปฏิบัติในการขับขี่รถยนต์ใหม่ ทั้งยังต้องใช้เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบรับรองแพทย์ที่ขอไว้ไม่เกิน 1 เดือน โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมในการต่ออายุในอัตราปกติเช่นกัน

 

โทษของการปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ

สิ่งสำคัญที่ควรต้องรู้ไว้ คือ ถึงแม้ว่าการต่ออายุใบขับขี่หลังจากวันหมดอายุ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มก็จริง แต่การขับขี่รถยนต์ โดยพกใบขับขี่ที่หมดอายุ เป็นการทำผิดกฎหมายจราจร ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งหากโดนตำรวจเรียกตรวจใบขับขี่ และพบว่าใบขับขี่หมดอายุ คุณต้องถูกระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เลยทีเดียว

 

ใบขับขี่หมดอายุควรต่อภายใน 1 ปี

 

ขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่

ผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ สามารถดำเนินการต่อใบขับขี่ทางออนไลน์ได้ ตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

  1. ลงทะเบียนที่เว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/
  2. เข้ารับการอบรมทางออนไลน์ โดยดูวิดีโอการอบรมตามใบขับขี่ที่ต้องการต่ออายุ หลังจากนั้นให้ตอบคำถามจากการดูวิดีโอ 
  3. กรอกข้อมูลยืนยันตัวตน
  4. เสร็จสิ้นการอบรม
  5. นำผลการอบรม และเอกสารไปยื่นขออนุญาตต่อใบขับขี่ ที่สำนักงานขนส่งทางบก โดยสามารถจองคิวเข้ารับบริการผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue

 

ใบขับขี่หมดอายุ ประกันภัยรถยนต์รับผิดชอบอยู่หรือไม่?

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรต้องรู้ คือหากเกิดอุบัติเหตุขณะที่ใบขับขี่ของคุณหมดอายุ ประกันรถยนต์ของคุณจะยังให้ความคุ้มครองอยู่หรือไม่ ต้องขอตอบว่าประกันภัยรถยนต์ยังคงให้ความคุ้มครองอยู่ 

แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่คุณไม่มีใบขับขี่ และขับรถยนต์ไปประสบอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าเสียหายให้แก่คู่กรณีเท่านั้น แต่ในส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของผู้ทำประกันรถยนต์นั้น ผู้ทำประกันรถยนต์ต้องจ่ายค่าเสียหายเองทั้งหมด

ทั้งหมดนี้ คงช่วยคลายความสงสัยให้ใครหลายคนได้ว่า ใบขับขี่หมดอายุ ต้องทำอย่างไร? และต้องต่อภายในกี่วัน? และคงจะทำให้คุณเห็นว่าการต่ออายุใบขับขี่ให้ตรงเวลานั้นสำคัญเพียงใด รวมไปถึงการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม แม้ช่วงที่ใบขับขี่หมดอายุ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน 

สำหรับใครที่สนใจซื้อประกันภัยรถยนต์ สามารถเทียบเบี้ยประกันภัยออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ หรือแวะมาปรึกษากับ ศรีสวัสดิ์ ได้เลยกว่า 5,500 สาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1652 หรือ LINE Official @srisawad

Share This