Key Takeaways
การรู้อัตราดอกเบี้ยถูกกฎหมาย เป็นเกราะป้องกันชั้นดีเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหนี้นอกระบบ ซึ่งเพดานดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายกำหนดไว้แตกต่างกันตามประเภทสินเชื่อ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลไม่เกิน 25% ต่อปี และสินเชื่อทะเบียนรถไม่เกิน 24% ต่อปี คนที่ต้องการกู้เงินต้องรู้ตัวเลขเหล่านี้พร้อมวิธีคำนวณดอกเบี้ยกู้ยืมเบื้องต้น เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระให้แม่นยำ และหลีกเลี่ยงกับดักดอกเบี้ยรายวันหรือรายเดือนที่ผิดกฎหมายและมีบทลงโทษทางอาญา

เวลาที่หมุนเงินไม่ทัน หรือต้องการเงินด่วน เพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดมักไม่ใช่เรื่องของการหาแหล่งเงินกู้ แต่เป็นความสับสนเรื่องตัวเลขดอกเบี้ยที่แต่ละสถาบันหรือแต่ละบุคคลเรียกเก็บไม่เท่ากัน หลายคนไม่รู้ว่าดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายกำหนดไว้ที่เท่าไรในแต่ละประเภทสินเชื่อ ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดและตกเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ เพราะคิดว่าเจ้าหนี้สามารถออกกฎได้ตามใจ ดังนั้น การเข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยจะช่วยปกป้องสถานะทางการเงินให้ปลอดภัย และทำให้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองได้อย่างแม่นยำ
ดอกเบี้ยสินเชื่อแต่ละประเภท ตามกฎหมายกำหนดไว้ที่เท่าไร ?
ก่อนอื่น ทุกคนต้องรู้ก่อนอัตราดอกเบี้ยไม่ได้มีมาตรฐานเดียว แต่ถูกกำหนดเพดานสูงสุดตามประเภทของสินเชื่อและความเสี่ยง ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการกู้ยืมและให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ขอสินเชื่อและผู้ให้บริการสินเชื่อ จึงได้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายไว้ดังนี้
- บุคคลทั่วไป (กู้ยืมกันเอง) : กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี หากไม่ได้ตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้ล่วงหน้า กฎหมายให้คิดได้เพียง 5% ต่อปีเท่านั้น
- สินเชื่อส่วนบุคคล (ไม่มีหลักประกัน) : ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี ซึ่งอัตรานี้ได้รวมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว
- สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ : ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมายอย่างศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ สามารถเรียกเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 24% ต่อปี
- สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (Pico Finance) : สำหรับเงินกู้ในระดับจังหวัดที่ไม่มีหลักประกัน กำหนดสูงสุดไม่เกิน 36% ต่อปี
- สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ (Nano Finance) : สำหรับผู้ทำมาหากินที่ต้องการเงินทุนไปประกอบอาชีพ กำหนดสูงสุดไม่เกิน 33% ต่อปี
ไขข้อสงสัย ทำไมดอกร้อยละ 20 ถึงเป็นกับดักที่คนกู้เงินต้องถอย ?
เมื่อพูดถึงการกู้เงินนอกระบบ คำถามยอดฮิตที่มักพบเจอคือ ดอกร้อยละ 20 ผิดกฎหมายไหม ? การจะตอบคำถามนี้ต้องแยกให้ชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 นั้น ถูกเรียกเก็บในกรอบเวลาใด เนื่องจากมีผลทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- ร้อยละ 20 ต่อปี : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดอกเบี้ยถูกกฎหมาย หากเป็นสินเชื่อประเภทจำนำทะเบียนรถหรือสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
- ร้อยละ 20 ต่อเดือน : หากคิดเป็นรายปีจะเท่ากับอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 240% ต่อปี ซึ่งเกินกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนด จึงผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
- ร้อยละ 20 ต่อ 7 วัน หรือ 15 วัน : เป็นลักษณะของเงินกู้นอกระบบรูปแบบใหม่ที่คิดดอกเบี้ยอย่างโหดเหี้ยม ทำให้เงินต้นงอกเงยทวีคูณในเวลาอันสั้น
เหตุผลที่ว่า ดอกร้อยละ 20 ทำไมไม่ควรกู้ ในกรณีที่เป็นการคิดรายเดือนหรือรายวัน เป็นเพราะโครงสร้างดอกเบี้ยแบบนี้ออกแบบมาให้ผู้กู้จ่ายเพียงแค่ "ดอกลอย" หรือจ่ายแต่ดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ โดยที่เงินต้นไม่ลดลงเลย สุดท้ายผู้กู้จะเข้าสู่วังวนหนี้สินที่ไม่มีวันจบสิ้น ทำงานหาเงินมาเท่าไรก็ต้องนำไปจ่ายดอกเบี้ยจนหมด
ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ย เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า เงินกู้นอกระบบมีความน่ากลัวเพียงใด เรามาทำความเข้าใจก่อนว่า ดอกร้อยละ 20 คิดอย่างไร ? โดยมีการคำนวณดอกเบี้ยถูกกฎหมายในระบบจะใช้อัตราดอกเบี้ยต่อปีตามสูตรสากล คือ (เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยต่อปี (%) x จำนวนวัน) / (100 x 365)
ตัวอย่างเช่น 10,000 (เงินต้น) x 20 (อัตราดอกเบี้ย) x 30 (จำนวนวันที่กู้เงิน) / 100 x 365 = 164.38 บาท (ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย)
ในทางกลับกัน เงินกู้นอกระบบมักใช้วิธีคิดดอกเบี้ยแบบเหมาจ่ายรายงวด เช่น การคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อ 7 วัน หรือต่อ 15 วัน ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นโดยตรงโดยไม่นำจำนวนวันในรอบปีมาหารเฉลี่ย สำหรับคนที่สงสัยว่า ดอกร้อยละ 20 ต่อ 7 วัน หรือ 15วัน คิดอย่างไร ? ลองเปรียบเทียบจากตารางจำลองยอดจัดสินเชื่อ 10,000 บาท ในระยะเวลา 1 เดือน (30 วัน) ว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ผู้กู้จะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยแตกต่างกันแค่ไหน
ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยเงินกู้ (เงินต้น 10,000 บาท ในเวลา 1 เดือน)
| รูปแบบการกู้ยืม | อัตราดอกเบี้ย ที่เรียกเก็บ | ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ใน 1 เดือน | สถานะทางกฎหมาย |
| สินเชื่อถูกกฎหมาย | 24% ต่อปี (ประมาณ 2% ต่อเดือน) | ~ 200 บาท | ถูกกฎหมาย |
| เงินกู้นอกระบบ | ร้อยละ 20 ต่อเดือน | 2,000 บาท | ผิดกฎหมาย |
| เงินกู้นอกระบบ | ร้อยละ 20 ต่อ 15 วัน | 4,000 บาท | ผิดกฎหมาย |
| เงินกู้นอกระบบ | ร้อยละ 20 ต่อ 7 วัน | ~ 8,000 บาท | ผิดกฎหมาย |
จากตารางจะเห็นได้ชัดเจนว่า หากตกเป็นเหยื่อของดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อ 7 วัน เพียงแค่เดือนเดียวดอกเบี้ยจะเกือบเท่ากับเงินต้นที่กู้มา ซึ่งเป็นภาระที่หนักหน่วงและไม่ยุติธรรมต่อผู้กู้เป็นอย่างมาก

ถ้าโดนเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินจริง (ดอกแพง) ต้องทำอย่างไร ?
หากเผลอเข้าไปพัวพันกับหนี้นอกระบบที่เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สามารถดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเองได้ดังนี้
- รับรู้สิทธิ์ทางกฎหมาย : ในทางกฎหมาย ดอกเบี้ยที่เกิน 15% ต่อปี สำหรับการกู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไป ถือเป็นโมฆะทั้งหมด หมายความว่าเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์เรียกดอกเบี้ยนั้นได้เลย ผู้กู้มีหน้าที่ต้องคืนเพียงเงินต้นเท่านั้น
- เจรจาขอชำระเฉพาะเงินต้น : รวบรวมหลักฐานการโอนเงิน สลิปการโอน หรือแชตการสนทนาทั้งหมดที่เคยจ่ายไป เพื่อนำมาหักลบกับเงินต้น หากพบว่าดอกเบี้ยที่จ่ายไปนั้นเกินเงินต้นแล้ว ถือว่าหนี้เป็นอันระงับ
- แจ้งหน่วยงานรัฐ : หากถูกข่มขู่หรือเจ้าหนี้ไม่ยอมเจรจา สามารถติดต่อศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สายด่วน 1359 หรือเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เสริมสภาพคล่องอย่างปลอดภัย กับศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ
การเลือกแหล่งเงินทุนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้คือทางออกที่ดีที่สุดในการเสริมสภาพคล่อง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ให้บริการสินเชื่อที่หลากหลาย และสินเชื่อที่มีหลักประกัน โดยประเมินอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ขั้นตอนการพิจารณารวดเร็ว ทราบผลไวเมื่อเอกสารครบถ้วน และมีเงื่อนไขโปร่งใสชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ผู้กู้วางแผนชำระคืนได้อย่างสบายใจโดยไม่สร้างภาระเกินสมควรโดยผู้ขอสินเชื่อจะได้รับคู่สัญญาทันที พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา จากประสบการณ์กว่า 40 ปีในวงการสินเชื่อ ที่ยึดคติการทำงาน “มั่นใจ โปร่งใส และถูกกฎหมาย” พร้อมเติบโต คู่ชาวไทย
ไม่ว่าคุณจะต้องการเงินก้อนเล็กผ่านการจำนำมอเตอร์ไซค์ หรือต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อต่อยอดธุรกิจผ่านสินเชื่อรถแลกเงิน เรามอบดอกเบี้ยกู้ยืมที่เป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณได้รับเงินไปจัดการปัญหาฉุกเฉินโดยไม่ต้องกังวลเรื่องดอกเบี้ยบานปลาย
สามารถประเมินวงเงินเบื้องต้นฟรีผ่านเว็บไซต์ รู้ผลไวใน 1 นาที หรือแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ที่พร้อมให้บริการทั้งระบบ iOS และ Android หรือแวะมาปรึกษาและขอรับบริการได้ที่ “ศ. ศาลาสีส้ม” ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ใกล้บ้านคุณกว่า 6,000 สาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทาง LINE Official: @srisawad และ Call Center โทร 1652 ได้ตลอดเวลาทำการ
หมายเหตุ :
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
- สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15.27% - 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 36 งวด
- สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15.27% - 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด
- ระยะเวลาการได้รับเล่มคืนภายใน 10 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าควรศึกษาข้อมูลก่อนทำสินเชื่อทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยถูกกฎหมาย (FAQs)
Q: การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกต่างจากแบบคงที่อย่างไร ?
A: การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดเงินต้นที่เหลืออยู่จริงในแต่ละเดือน ยิ่งโปะเงินต้นมาก ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะยิ่งลดลง ส่วนการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดเงินต้นก้อนแรกเริ่ม และหารเฉลี่ยให้เท่ากันทุกงวดตลอดอายุสัญญา
Q: หากจ่ายดอกเบี้ยนอกระบบไปจนยอดรวมเกินกว่าเงินต้นแล้ว สามารถเรียกร้องเงินคืนได้หรือไม่ ?
A: ตามหลักกฎหมาย หากผู้กู้ชำระหนี้รวม (ทั้งต้นและดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย) ไปจนเกินกว่าจำนวนเงินต้นที่กู้ยืมมา ถือว่าหนี้สินนั้นระงับไปแล้ว แต่การเรียกร้องเงินส่วนที่จ่ายเกินคืนมานั้น ในทางปฏิบัติอาจทำได้ยากและต้องดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง จึงควรปรึกษาทนายความหรือศูนย์ดำรงธรรมเพื่อหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม
Q: หากต้องการดอกเบี้ยที่ถูกลง สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจำเป็นต้องโอนเล่มทะเบียนหรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็นต้องโอนเล่มเสมอไป บริษัทให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมายอย่าง ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มีสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแบบไม่ต้องโอนเล่ม ซึ่งช่วยให้ผู้กู้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก และยังคงได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน







