Key Takeaways
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดยอดหนี้ขั้นต่ำว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์ หรือติดหนี้บัตรเครดิตเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง เจ้าหนี้มีสิทธิ์ยื่นฟ้องได้ทุกจำนวนเมื่อเกิดการผิดนัดชำระ โดยทั่วไปมักเริ่มดำเนินการทางกฎหมายเมื่อค้างชำระเกิน 90 วัน (3 เดือน) การบังคับคดียึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผ่านกระบวนการศาลและลูกหนี้เพิกเฉยต่อคำพิพากษาเท่านั้น หากเผชิญวิกฤตการเงินหรือกำลังหาเงินจ่ายหนี้บัตรเครดิต ทางออกที่ปลอดภัยคือการเจรจาประนีประนอมยอมความ หรือนำทรัพย์สินปลอดภาระมาแปลงเป็นสภาพคล่องผ่านการเอารถเข้าไฟแนนซ์ หรือจำนองที่ดินกับผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย เพื่อนำเงินก้อนไปปิดหนี้เสียก่อนสูญเสียกรรมสิทธิ์
เมื่อค่าครองชีพพุ่งสูงจนหมุนเงินไม่ทันและต้องจ่ายหนี้แค่ขั้นต่ำ คำถามที่สร้างความเครียดที่สุดคือ เป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์ ? หรือติดหนี้บัตรเครดิตจะโดนฟ้องไหม ? ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย การรู้ข้อกฎหมายและการหาทางออกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณมีทรัพย์สินปลอดภาระ การนำสินทรัพย์อย่างบ้านหรือรถยนต์ไปประเมินวงเงินฟรี รู้ผลไวใน 1 นาที เพื่อเตรียมขอสินเชื่อไปจ่ายหนี้ดอกเบี้ยสูง ถือเป็นทางออกที่ช่วยป้องกันการถูกฟ้องร้องได้เป็นอย่างดี

ไขข้อสงสัย เป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์หรือโดนฟ้อง ?
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่มีการระบุยอดหนี้ขั้นต่ำสำหรับการยื่นฟ้อง สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เกิดขึ้นทันทีที่มีการผิดนัดชำระ ไม่ว่ายอดหนี้จะอยู่ที่หลักร้อยหรือหลักล้าน
แต่ในทางปฏิบัติ การยื่นฟ้องมีต้นทุนดำเนินการ ทั้งค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความ เจ้าหนี้จึงมักประเมินความคุ้มค่า โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มฟ้องร้องเมื่อยอดหนี้สะสมอยู่ในระดับหลักหมื่นขึ้นไป แต่ไม่ได้หมายความว่ายอดหนี้หลักพันจะรอดพ้นเสมอไป เพราะเจ้าหนี้อาจใช้วิธีรวมยอดค้างชำระหลายงวดจนถึงจุดที่คุ้มค่าแก่การฟ้องร้อง
เป็นหนี้บัตรเครดิตเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง ?
สำหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระยะเวลาค้างชำระ เมื่อใดก็ตามที่ค้างชำระติดต่อกันเกิน 90 วัน (3 รอบบิล) บัญชีนั้นจะถูกจัดสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) สถาบันการเงินจะเริ่มกระบวนการส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ หากไม่มีการตอบสนองภายในระยะเวลาที่กำหนด ฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการส่งเรื่องฟ้องศาล ข้อควรระวังคือ หนี้บัตรเครดิตมีอายุความ 2 ปี นับจากวันที่ชำระเงินครั้งสุดท้าย เจ้าหนี้จึงต้องเร่งฟ้องร้องก่อนที่คดีจะขาดอายุความ
หากประเมินแล้วว่าไม่สามารถจ่ายได้ตามกำหนด ควรติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ว่าจะเป็นขอยืดเวลาผ่อน หรือขอลดดอกเบี้ย หรือหากมีรถยนต์ การใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเพื่อดึงเงินก้อนไปปิดยอดหนี้บัตรเครดิต ก็ช่วยหยุดวงจรดอกเบี้ยทบต้นและหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องได้เช่นกัน
ลำดับขั้นตอน จาก "เริ่มค้างชำระ" สู่ "การยึดทรัพย์"
รู้แล้วว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์ สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจลำดับถัดมา คือกระบวนการจะดำเนินไปอย่างไร ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายมีลำดับขั้นที่ชัดเจน ไม่มีการบุกมายึดทรัพย์ถึงบ้านโดยพลการ และมักมีลำดับขั้นตอนดังนี้
- การติดตามทวงถาม : เจ้าหนี้โทรศัพท์แจ้งเตือนและส่งหนังสือทวงหนี้ตามที่อยู่
- การยื่นฟ้องและหมายศาล : เมื่อเจรจาไม่เป็นผล เจ้าหนี้จะยื่นเรื่องต่อศาลแพ่ง ศาลจะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมายังภูมิลำเนาของลูกหนี้
- การพิจารณาคดีและพิพากษา : กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นในชั้นศาลเพื่อหาข้อสรุป หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย
- การบังคับคดี : หากลูกหนี้เพิกเฉยต่อคำพิพากษา เจ้าหนี้จะขอให้ศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการสืบทรัพย์ ยึดทรัพย์สิน หรืออายัดเงินเดือนต่อไป
เช็กลิสต์ทรัพย์สิน อะไรยึดได้ อะไรยึดไม่ได้ ตามกฎหมายบังคับคดี
กฎหมายบังคับคดีถูกออกแบบมาเพื่อรักษาสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้ในการได้รับเงินคืน และสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกหนี้ในการดำรงชีพ การรู้ว่าสิ่งใดยึดได้และสิ่งใดยึดไม่ได้ จะช่วยลดความตื่นตระหนกได้อย่างมาก
ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดได้
- อสังหาริมทรัพย์ : บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ที่เป็นชื่อของลูกหนี้ แม้ทรัพย์สินเหล่านั้นจะยังติดจำนองหรืออยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับธนาคารอื่นอยู่ก็ตาม
- สังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า : รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ผ่อนหมดและโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อลูกหนี้แล้ว รวมถึงทองคำ เครื่องประดับ ของสะสมที่มีมูลค่า
- สินทรัพย์ทางการเงิน : เงินฝากในบัญชีธนาคารทุกแห่ง หุ้น กองทุนรวม รวมถึงเงินปันผล สามารถถูกอายัดได้ทั้งหมด 100%
- รายได้จากงานประจำ : เงินเดือนส่วนที่เกิน 20,000 บาท สามารถถูกอายัดได้ ส่วนโบนัสถูกอายัดได้ไม่เกิน 50% และค่าล่วงเวลา (OT) หรือค่าคอมมิชชั่น ถูกอายัดได้ไม่เกิน 30%
ทรัพย์สินที่กฎหมายคุ้มครอง ไม่สามารถยึดได้
- รายได้ของข้าราชการ : เงินเดือน เงินบำนาญ เงินบำเหน็จ ของข้าราชการและลูกจ้างประจำของหน่วยงานรัฐ
- สิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ : เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน ที่มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 50,000 บาท
- เครื่องมือทำมาหากิน : อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ประกอบอาชีพ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องมือช่าง จักรเย็บผ้า ที่มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
- สวัสดิการและเงินช่วยเหลือ : เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ และเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กรณีที่ยังไม่ลาออกจากงาน)
ตั้งสติและรับมืออย่างไร เมื่อติดหนี้บัตรเครดิตแล้วโดนฟ้อง
หากติดหนี้บัตรเครดิตแล้วโดนฟ้อง มีหมายศาลมาถึงบ้าน คุณจะต้องรับมืออย่างมีสติและไปตามนัดศาล เพราะการเจรจาไกล่เกลี่ยคือจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีก็ว่าได้
ห้ามเพิกเฉยหมายศาล และห้ามหนีศาลเด็ดขาด
การขาดนัดพิจารณาคดีไม่ได้ทำให้กระบวนการยุติลง ในทางกลับกัน ศาลจะพิจารณาคดีฝ่ายเดียวและมักพิพากษาให้ลูกหนี้ต้องชำระหนี้เต็มจำนวนตามที่เจ้าหนี้เรียกร้อง รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยที่ลูกหนี้สูญเสียโอกาสในการต่อรองไปอย่างน่าเสียดาย
เทคนิคการเจรจาไกล่เกลี่ยในชั้นศาล
การเดินทางไปศาลคือโอกาสในการขอความเห็นใจและแสดงเจตนาในการชำระหนี้ ศาลจะมีผู้ไกล่เกลี่ยช่วยหาจุดกึ่งกลาง ลูกหนี้สามารถขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง ขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไป ขอกำหนดยอดผ่อนต่อเดือนในระดับที่รับไหว หรือแม้กระทั่งเจรจาขอส่วนลดปิดบัญชีได้
ขอลดสัดส่วนการอายัดเงินเดือนกับเจ้าพนักงานบังคับคดี
หากกระบวนการล่วงเลยจนถึงขั้นถูกอายัดเงินเดือนแล้ว ทำให้เงินที่เหลือไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว จ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือเป็นค่าเล่าเรียนบุตร ลูกหนี้มีสิทธิรวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อพิจารณาขอลดสัดส่วนการอายัด เพื่อให้ดำรงชีพต่อไปได้

ไม่อยากโดนยึดทรัพย์ หาเงินจ่ายหนี้อย่างไรให้ปลอดภัยและไม่เป็นหนี้ซ้ำซ้อน
หากคุณรู้สึกว่าภาระหนี้ที่มีอยู่เริ่มใหญ่เกินไป ถึงเวลาต้องหาเงินจ่ายหนี้บัตรเครดิตอย่างจริงจัง ด้วยการบริหารจัดการทรัพย์สินผ่านแนวทางเหล่านี้
- จัดลำดับความสำคัญของหนี้ : เคลียร์หนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด เช่น บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต หรือหนี้ที่เข้าข่ายค้างชำระจนใกล้ถูกส่งฟ้องก่อน
- ขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิม : เจรจาขอลดค่างวด ขยายเวลาผ่อน หรือพักชำระหนี้ชั่วคราว เพื่อให้กระแสเงินสดกลับมาหมุนเวียนได้
- รวมหนี้ด้วยสินเชื่อในระบบ : นำเล่มทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือโฉนดที่ดิน มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อหรือรีไฟแนนซ์ ช่วยให้ได้เงินก้อนใหญ่ไปใช้จ่ายหนี้ก่อน ซึ่งที่ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ เราคือผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเป็นตัวช่วยและให้คำแนะนำในการขอสินเชื่อหลากหลายประเภท เช่น
- สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ : อนุมัติเร็ว รับเงินไวใน 10 นาที*
- สินเชื่อบ้านและที่ดิน : วงเงินสูงจัดเต็ม เลือกผ่อนได้แบบลดต้นลดดอก หรือ แบบบอลลูน
- สินเชื่อรถเกษตรหรือสินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก : ตอบโจทย์ทุกอาชีพ รายได้ไม่แน่นอนไม่มีสลิปเงินเดือนก็ขอสินเชื่อได้
วิกฤตทางการเงินสามารถคลี่คลายได้หากเริ่มต้นแก้ไขอย่างถูกจุดและทันเวลา อย่าปล่อยให้ปัญหาพอกพูนจนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินชิ้นสำคัญ หากต้องการเสริมสภาพคล่องเพื่อเคลียร์ปัญหาหนี้สิน ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมเป็นที่ปรึกษาและมอบทางเลือกที่ปลอดภัย เปลี่ยนทรัพย์สินปลอดภาระของคุณให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนด้วยบริการเอารถเข้าไฟแนนซ์ หรือขอสินเชื่อไฟแนนซ์มอเตอร์ไซค์ ได้เงินก้อนไว อนุมัติง่าย ไม่ต้องจอดรถ ทิ้งปัญหาหนี้ไว้ข้างหลังแล้วขับรถไปต่อยอดชีวิตได้เหมือนเดิม หรือหากมีที่ดิน ก็สามารถเลือกบริการจำนองที่ดินเพื่อรับวงเงินสูง ดอกเบี้ยถูกและเป็นธรรม นำไปปิดหนี้ดอกเบี้ยแพงได้อย่างสบายใจ
ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ตอบโจทย์ทุกความต้องการจากประสบการณ์กว่า 40 ปีในวงการสินเชื่อ ที่ยึดคติการทำงาน “มั่นใจ โปร่งใส และถูกกฎหมาย” พร้อมเติบโตคู่ชาวไทย ทำสัญญาแล้วได้คู่สัญญาทันที
ประเมินวงเงินสินเชื่อฟรีที่ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ เราพร้อมให้คำแนะนำ ด้วยรูปแบบสินเชื่อที่โปร่งใส อัตราดอกเบี้ยยุติธรรม ยื่นกู้ได้โดยไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ ทำสัญญาแล้วได้คู่สัญญาทันที และอนุมัติไวใน 10 นาที* ประเมินวงเงินได้ฟรีที่สาขาของ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ใกล้บ้านกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ศ. ศาลาสีส้ม” ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” พร้อมให้บริการทั้งระบบ iOS และ Android หรือผ่านช่องทาง LINE Official: @srisawad และ Call Center โทร 1652 ได้ตลอดเวลาทำการ
หมายเหตุ :
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
- สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15.27% - 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 36 งวด
- สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15.27% - 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด
- สินเชื่อบ้านและที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% - 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 120 งวด
- ระยะเวลาการได้รับเล่มคืนภายใน 10 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- ระยะเวลาการได้รับโฉนดคืนภายใน 15 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ลูกค้าควรศึกษาข้อมูลก่อนทำสินเชื่อทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเป็นหนี้และโดนยึดทรัพย์ (FAQs)
Q : โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิตแล้ว มีโอกาสติดคุกไหม ?
A : การผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้เงินกู้ทั่วไป จัดเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา การเป็นหนี้แล้วไม่มีเงินจ่าย ตามกฎหมายไม่มีโทษจำคุก แต่มีบทลงโทษทางแพ่ง คือการถูกสืบทรัพย์ บังคับคดี ยึดทรัพย์สิน หรืออายัดเงินเดือนเพื่อนำมาชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้
Q : หากไม่มีทรัพย์สินให้ยึด และเงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาท เจ้าหนี้จะทำอย่างไร ?
A : ในช่วงเวลาที่ศาลมีคำพิพากษา หากตรวจสอบแล้วพบว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ในชื่อของตนเอง และรายได้จากงานประจำต่ำกว่าเกณฑ์ 20,000 บาท เจ้าหนี้จะไม่สามารถยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนได้ในขณะนั้น แต่คำพิพากษามีอายุความในการบังคับคดีถึง 10 ปี หากภายใน 10 ปีนี้ ลูกหนี้มีการซื้อทรัพย์สินใหม่ หรือเงินเดือนปรับเพิ่มเกินเกณฑ์ เจ้าหนี้ก็สามารถร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดได้ทันที
Q : ติดหนี้บัตรเครดิตหลายใบ หากโดนอายัดเงินเดือน เจ้าหนี้ทุกใบจะมาอายัดพร้อมกันได้ไหม ?
A : กฎหมายไม่อนุญาตให้มีการอายัดซ้ำซ้อน เจ้าหนี้รายแรกที่ดำเนินการสืบทรัพย์และยื่นเรื่องขออายัดเงินเดือนก่อน จะเป็นผู้ได้รับเงินส่วนนั้นไป ส่วนเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ในคดีหลัง จะต้องทำเรื่องขอเฉลี่ยทรัพย์ หรือต้องไปเข้าคิวรอจนกว่าเจ้าหนี้รายแรกจะได้รับชำระหนี้จนครบถ้วน







