พาส่องดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภทที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเซ็นกู้เงิน

พาส่องดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภทที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเซ็นกู้เงิน

icon25 มิถุนายน 2567

เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินสดด่วน การศึกษาและทำความเข้าใจการกู้เงินประเภทต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งเมื่อคุณพบการกู้เงินแบบที่เหมาะกับตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจำนอง จำนำ หรือการขอสินเชื่อประเภทต่าง ๆ นอกจากที่จะต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและเงื่อนไขที่สามารถให้เงินในจำนวนที่หวังได้แล้ว ประเภทของดอกเบี้ยภายใต้สัญญาเงินกู้นั้น ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะหากเราเซ็นเอกสารไปโดยที่ไม่รู้ถึงความแตกต่างของดอกเบี้ยแต่ละตัว แทนที่จะมีเงินมาไว้ใช้จ่ายอย่างสบาย เราอาจจะต้องเสียดอกเบี้ยทบเงินต้นในจำนวนที่สูงมากกว่าที่คิดก็เป็นได้

และในวันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะพาทุกคนไปรู้จักกับดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภทที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แล้วดอกเบี้ยแต่ละประเภทจะมีรายละเอียดอย่างไร มาทำความเข้าใจไปพร้อมกันเลย

1. อัตราดอกเบี้ยประเภทลดต้นลดดอก (Effective Rate)

อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกถือเป็นอีกหนึ่งประเภทดอกเบี้ยที่หลายคนที่เคยขอสินเชื่อรู้จักเป็นอย่างดี โดยดอกเบี้ยประเภทนี้จะให้เราจ่ายเงินค่างวดเพื่อลดจำนวนเงินต้น ซึ่งเมื่อเงินต้นลดลง อัตราดอกเบี้ยที่จะจ่ายในงวดต่อ ๆ ไปก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทนี้ช่วงต้นสัญญาอาจจะมีการตัดชำระดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง แต่หากมองในระยะยาวแล้ว ดอกเบี้ยประเภทนี้ก็เหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” เพราะ เมื่อเวลาผ่านไป ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนก็จะยิ่งถูกลงเรื่อย ๆ ทำให้ปิดหนี้เงินกู้ได้ไวขึ้น ซึ่งนั่นก็จะช่วยให้เราแบ่งเบาภาระเรื่องหนี้สินได้ในระยะยาว ที่สำคัญ สถาบันการเงินบางแห่งยังสามารถให้เรานำเงินก้อนมาโปะหนี้ได้โดยมีค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีที่น้อยหรือไม่มีเลย โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสัญญาที่ตกลงกันไว้

เงินกู้แบบใดถึงจะเจอดอกเบี้ยประเภทนี้?

มีวิธีการคำนวณอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว การคิดเงินกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนั้นจะแบ่งการคำนวณเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : คิดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย

ขั้นตอนที่ 1 : คิดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย

ขั้นตอนที่ 2 : เริ่มคำนวณเงินต้นที่ลดลงในแต่ละงวดก่อน

เงินต้นที่ลดลงในแต่ละงวด = จำนวนเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดในงวดนั้น - ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น

ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณเงินต้นที่เหลือ

เงินต้นคงเหลือ = เงินต้นคงเหลือจากงวดก่อน – เงินต้นลดลง

ลองคำนวณก่อนกู้เงินตามตัวอย่างต่อไปนี้

ลองคำนวณก่อนกู้เงินตามตัวอย่างต่อไปนี้

จะเห็นได้ว่า เงินต้นที่นำมาคิดดอกเบี้ยก็จะทยอยลดลงตามไปด้วยและทำให้ภาระในแต่ละเดือนลดลง และทางสถาบันการเงินเองก็จะคิดดอกเบี้ยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะปิดหนี้ได้นั่นเอง


2. อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate)


อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนแบบตายตัว และไม่มีการปรับขึ้นลงตามนโยบายหรือต้นทุนของสถาบันการเงินตลอดอายุเงื่อนไขที่ตกลงในสัญญาเงินกู้เอาไว้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ดอกเบี้ยประเภทนี้จะไม่สามารถนำเงินก้อนมาโปะหนี้ได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้กู้จะต้องจ่ายค่างวดตามระยะเวลาและเงินที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งโดยปกติ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่จะมีระยะการชำระหนี้ที่ไม่ยาวมาก ขึ้นอยู่กับความต้องการ จำนวนเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของบุคคล


เงินกู้แบบใดถึงจะเจอดอกเบี้ยประเภทนี้?



มีวิธีการคำนวณอย่างไร?


การคำนวณเงินกู้ที่ใช้ดอกเบี้ยอัตราคงที่นั้นจะต้องแบ่งขั้นตอนการคำนวณออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1 : คำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด


ดอกเบี้ยทั้งหมด = เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยคงที่ (ต่อปี) x ระยะเวลา (ปี)


ขั้นตอนที่ 2 : จำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด


ขั้นตอนที่ 2 : จำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด


ลองคำนวณก่อนกู้เงินตามตัวอย่างต่อไปนี้


สถานการณ์สมมติ หากต้องการกู้เงินจำนวน 500,000 บาทเพื่อซื้อรถยนต์ และสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยอัตราคงที่ที่ 3% ต่อปี และมีกำหนดในผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน เราจะคิดค่างวดได้ ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1 : คิดดอกเบี้ยทั้งหมด


ตามสูตรด้านบน เราจะคิดเป็น 500,000 x 3% x 5 ปี = 75,000 บาท


ขั้นตอนที่ 2 : จำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด


ตามสูตรด้านบน เราจะคิดเป็น (500,000 + 75,000) /60 งวด = 9583.33 บาท / งวด


จะเห็นได้ว่า ผู้กู้จะต้องจ่ายค่างวดในอัตราที่เท่ากันทุกเดือนไปจนกว่าจะครบสัญญา ซึ่งเงินกู้ที่ใช้ดอกเบี้ยในลักษณะนี้จะทำให้ง่ายต่อการวางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือน และไม่ต้องมาวิตกว่าแต่ละเดือนธนาคารจะมีนโยบายเพิ่มหรือลดดอกเบี้ยให้ปวดหัวหรือไม่


3. อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate)


อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายรวมถึงต้นทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว สถาบันการเงินจะทำการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามการขึ้นลงของเศรษฐกิจและจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงให้ได้ทราบก่อนทุกครั้ง


เงินกู้แบบใดถึงจะเจอดอกเบี้ยประเภทนี้?


นอกจากภาวะเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญแล้ว สถาบันการเงินยังคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามลักษณะผู้กู้และจุดประสงค์ของการกู้เงินอีกด้วย โดยหลัก ๆ แล้ว จะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้


  • MLR (Minimum Loan Rate)


เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่สถาบันการเงินจะเก็บกับลูกค้าที่มีประวัติทางการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และมีความน่าเชื่อสูง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะคิดในสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจเป็นหลัก


  • MOR (Minimum Overdraft Rate)


จะเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่จะเก็บกับลูกค้าประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี หรือ O/D (Overdraft) ซึ่งสถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อผู้กู้เบิกเงินเกินวงเงินออกมาใช้ และจะคิดดอกเบี้ยในส่วนที่เบิกเกินออกมา และจะหยุดคิดทันทีที่มีการจ่ายเงินส่วนเกินดังกล่าว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ดอกเบี้ยประเภทนี้จะเป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ


  • MRR (Minimum Retail Rate)


คือ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่สถาบันการเงินจะเก็บกับลูกค้ารายย่อยหรือบุคคลธรรมดาเมื่อมีการทำสินเชื่อประเภทต่าง ๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงเป็นทุนเดิม และจะปรับตัวก็ต่อเมื่อมีนโยบายจากสถาบันการเงิน


มีวิธีการคำนวณอย่างไร?


แต่ละสถาบันการเงินจะมีเงื่อนไขการคำนวณดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่แตกต่างกันออกไป โดยเราสามารถพิจารณาเทียบกันในหลาย ๆ ด้าน เช่น ดอกเบี้ย ระยะเวลาชำระ ความน่าเชื่อถือ และเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน


ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หลายคนอาจมองว่าดอกเบี้ยประเภทนี้อันตราย แต่ศรีสวัสดิ์อยากแนะนำว่า ถึงจะดูคาดการณ์ไม่ได้แค่ไหน แต่เราสามารถเช็กความผันผวนของดอกเบี้ยของสถาบันการเงินย้อนหลังและเลือกทำสัญญาเงินกู้กับประเภทดอกเบี้ยที่มีความผันผวนน้อยได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เรายังมีโอกาสที่จะควบคุมและจัดการหนี้สินของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเลือกดอกเบี้ยประเภทไหน?


ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาเงินกู้หรือสินเชื่อประเภทไหน การตัดสินใจเลือกประเภทดอกเบี้ยในสัญญานั้นควรจะพิจารณาจาก “เงื่อนไข” ของสถาบันการเงินเป็นหลักว่าสินเชื่อที่เราสนใจนั้นใช้ดอกเบี้ยประเภทใดในการคิด และเมื่อทำความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กับการเลือกประเภทดอกเบี้ยก็คือ “ความสามารถในการผ่อนชำระ” และ “วินัยในการใช้จ่ายเงิน” เพราะ ถ้าหากควบคุมสิ่งเหล่านี้ไม่ดีพอ การจ่ายค่างวดก็อาจมีปัญหาและทำให้ดอกเบี้ยบานปลายจนกลายเป็นหนี้สะสมที่เพิ่มสูงขึ้น


เป็นอย่างไรกันบ้าง? หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากจะช่วยให้หลาย ๆ คนคลายสงสัยและรู้เท่าทันดอกเบี้ยประเภทต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเลือกเซ็นสัญญาเงินกู้บ้างนะ แต่ถ้าหากใครอยากได้เงินสดไปหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ สามารถติดต่อสอบถามการสมัครสินเชื่อกับศรีสวัสดิ์เพื่อรับเงินสดทันใจ ไปหมุนเวียนได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องมีคนค้ำ เลือกผ่อนได้ตามกำลังที่ไหว ติดต่อสอบถามได้ที่ 1652 หรือหากต้องการข้อมูลทันใจคลิกที่นี่

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

*สินเชื่อบ้านที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% - 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 72 งวด

*เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


พาส่องดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภทที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเซ็นกู้เงิน author

ทีมผู้เชี่ยวชาญประกันภัย ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ
ทีมงานเบื้องหลังที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะ เป็นกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกรมธรรม์อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าความคุ้มครองจะเกิดขึ้นจริงในวันที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ทีมนี้มุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ และการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นอันดับหนึ่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมวิธีหาเงินแบบเร่งด่วนทันใจ พร้อมแนวทางวางแผนการเงินที่ดี

รวมวิธีหาเงินแบบเร่งด่วนทันใจ พร้อมแนวทางวางแผนการเงินที่ดี

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนเผชิญกับสถานการณ์เงินไม่พอใช้ หรือมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินก้อนโดยด่วน หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ แต่ไม่รู้จะหาทางออกที่ไหน ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ เรามี 6 วิธีหาเงิน...

ที่ดินไม่มีโฉนดต้องทำอย่างไรให้มีโฉนดเพื่อขายได้

ที่ดินไม่มีโฉนดต้องทำอย่างไรให้มีโฉนดเพื่อขายได้

ปัญหาเรื่องที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน (น.ส.4) เป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อยในประเทศไทย คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ที่ดินไม่มีโฉนดต้องทําอย่างไรให้มีโฉนดเพื่อให้มีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ และอีกคำถามคือ แล้วที่ดินไม่ม...

ไฟแนนซ์รับรถไม่เกินกี่ปี กับเงื่อนสำคัญที่คนมีรถต้องรู้

ไฟแนนซ์รับรถไม่เกินกี่ปี กับเงื่อนสำคัญที่คนมีรถต้องรู้

เมื่อประสบปัญหาทางการเงิน หลายคนที่มีรถยนต์ใช้งานอาจสงสัยกันว่า หากมีรถเก่า 15-20 ปี จะจัดไฟแนนซ์ได้ไหม และไฟแนนซ์ส่วนใหญ่รับรถไม่เกินกี่ปี วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะมาตอบข้อสงสัยในทุกแง่มุมเกี่ยวกับการเอารถเข้าไฟแ...

1 กันยายน 2569

เป็นหนี้นอกระบบทําไงดี ? รวมวิธีปิดจบหนี้ถาวรแบบถูกกฎหมาย

เป็นหนี้นอกระบบทําไงดี ? รวมวิธีปิดจบหนี้ถาวรแบบถูกกฎหมาย

บอกลาเงินกู้นอกระบบ ! เคลียร์หนี้สินด้วยวิธีปลดหนี้ที่ปลอดภัยและช่วยให้หมดหนี้ได้จริง พร้อมแนะนำสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ทางเลือกในการกู้ยืมเงินก้อนทันใจ

หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปี หากจ่ายไม่ไหว

หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปี หากจ่ายไม่ไหว

เจอใบแจ้งหนี้ค่าส่วนต่างรถยนต์หลังรถโดนยึดไปแล้ว ถึงกับต้องกุมขมับ! หลายคนคงสงสัยว่า ส่วนต่างรถยนต์ต้องจ่ายไหม แล้วถ้าจ่ายไม่ไหวจะเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญ หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปีกันแน่ วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ...

มีเล่มรถเอาไปจำนำได้ไหม ใช้ขอสินเชื่ออะไรได้บ้าง

มีเล่มรถเอาไปจำนำได้ไหม ใช้ขอสินเชื่ออะไรได้บ้าง

เมื่อต้องการเงินก้อนด่วน หลายคนคงนึกถึงทรัพย์สินใกล้ตัวอย่างรถยนต์คู่ใจ แต่คำถามที่ตามมาก็คือ ถ้าเรา มีเล่มรถจํานําได้ไหม แล้วจะขอสินเชื่อแบบไหนได้บ้างที่ขั้นตอนไม่ซับซ้อน วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะมาไขทุกข้อสงสัย ...

ดูทั้งหมด