Key Takeaways
การกู้ร่วมเมื่อขอสินเชื่อบ้านแลกเงินช่วยเพิ่มโอกาสในการพิจารณาสินเชื่อให้ผ่านเกณฑ์และได้รับวงเงินที่สูงขึ้นตามราคาประเมินวงเงินทรัพย์สิน ซึ่งสถาบันการเงินจะพิจารณารายได้ของผู้กู้ทุกคนร่วมกัน โดยผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือเป็นคู่สมรส แต่สำหรับคนทำอาชีพอิสระที่กังวลเรื่องการเตรียมเอกสารรายได้ การเลือกใช้บริการสินเชื่อที่ประเมินวงเงินจากมูลค่าหลักทรัพย์เป็นหลักอย่างศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะช่วยลดความยุ่งยากลงได้มาก เพราะไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือนและไม่ต้องใช้สเตตเมนต์ ทำให้ได้เงินก้อนไปจัดการภาระทางการเงินได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

ต้องการเงินก้อนใหญ่แต่แหล่งรายได้คนเดียวไม่พอ หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าเมื่อต้องขอสินเชื่อบ้านแลกเงินว่าสามารถขอกู้ร่วมได้ไหม ? เพื่อนำรายได้ของคนในครอบครัวมารวมกันให้ผ่านเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น การทำความเข้าใจเงื่อนไขของการกู้ร่วม จะช่วยให้วางแผนเพิ่มวงเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสียเวลาเตรียมเอกสารฟรี
การกู้ร่วมคืออะไร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ?
การกู้ร่วม คือการที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงทำสัญญายื่นขอสินเชื่อร่วมกัน สถาบันการเงินจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ ทำให้มีโอกาสผ่านเกณฑ์การพิจารณาและได้วงเงินสูงขึ้น เหมาะกับคนที่รับจ้างทั่วไป หรือเปิดร้านขายของที่รายได้แต่ละเดือนไม่คงที่
เงื่อนไขหลัก
ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เช่น พ่อ แม่ ลูก พี่น้องแท้ ๆ หรือเป็นคู่สมรส ทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนสมรส รวมถึงคู่ชีวิต LGBTQ+
เครดิตบูโร
ผู้กู้ร่วมทุกคนจะถูกตรวจสอบประวัติทางการเงิน หากคนใดคนหนึ่งมีประวัติค้างชำระหนี้ อาจส่งผลให้การยื่นกู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจจะพิจารณาที่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเป็นหลัก
สินเชื่อแบบไหนกู้ร่วมได้ และสินเชื่อบ้านแลกเงินกู้ร่วมได้ไหม ?
โดยทั่วไปสินเชื่อที่อนุญาตให้กู้ร่วมมักจะเป็นสินเชื่อที่มีวงเงินสูงและมีระยะเวลาผ่อนชำระนาน เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (กู้ซื้อบ้านใหม่) และสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
สำหรับคำถามที่ว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินกู้ร่วมได้ไหม ? คำตอบคือ "สามารถทำได้" การขอสินเชื่อบ้านแลกเงินผ่านการกู้ร่วมเป็นเรื่องปกติที่สถาบันการเงินรองรับ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้กู้ร่วมควรเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดนั้น ๆ หรือเป็นคนในครอบครัว การนำรายได้ของคนในบ้านมารวมกันจะช่วยสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินเห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้
เทียบให้ชัด การกู้ร่วมกับการค้ำประกันต่างกันอย่างไร ?
หลายคนมักสับสนระหว่างการหาคนมากู้ร่วมกับการหาคนมาค้ำประกัน ซึ่งมีภาระผูกพันทางกฎหมายต่างกัน การทำความเข้าใจข้อแตกต่างนี้จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกรูปแบบที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น
| ข้อเปรียบเทียบ | การกู้ร่วม | การค้ำประกัน |
| สถานะทางกฎหมาย | เป็นลูกหนี้ร่วมกัน ต้องรับผิดชอบหนี้เท่า ๆ กัน | ไม่ได้เป็นลูกหนี้หลัก เป็นเพียงผู้ค้ำประกันความเสี่ยง |
| การคำนวณวงเงิน | นำรายได้ของผู้กู้ร่วมมาคำนวณรวมกันเพื่อเพิ่มวงเงิน | ไม่นำรายได้ของผู้ค้ำประกันมาคำนวณเพื่อเพิ่มวงเงินให้ผู้กู้หลัก |
| ภาระความรับผิดชอบ | ต้องร่วมชำระหนี้ตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญา | รับผิดชอบจ่ายหนี้แทน เฉพาะเมื่อผู้กู้หลักไม่ยอมจ่ายหนี้ |
| การถอนชื่อในอนาคต | ต้องทำเรื่องรีไฟแนนซ์และประเมินรายได้ใหม่ทั้งหมด | สามารถขอเปลี่ยนตัวผู้ค้ำประกันได้ตามเงื่อนไข |

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม ฉบับคนไม่มีสลิปเงินเดือน
สำหรับผู้กู้หลักหรือผู้กู้ร่วมที่ทำอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า หรือช่างรับเหมา การขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินทั่วไปมักจะเป็นเรื่องปวดหัว เพราะต้องเตรียมทั้งสเตตเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือนและเอกสารยืนยันรายได้มากมาย
แต่หากเลือกใช้บริการกับ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ขั้นตอนเหล่านี้จะถูกตัดทิ้งไปทันที เพราะที่นี่เน้นการประเมินวงเงินจากมูลค่าของหลักทรัพย์เป็นหลัก ทำให้กระบวนการเตรียมเอกสารง่ายขึ้นหลายเท่าตัว ดังนี้
- ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ตอบโจทย์คนทำอาชีพอิสระที่รับเงินสดในแต่ละวันหรือมีรายได้ที่ไม่แน่นอน
- ไม่ต้องใช้สเตตเมนต์ ไม่ต้องวุ่นวายกับการเดินบัญชีธนาคาร
- เอกสารที่ต้องใช้จริง เตรียมเพียงบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้านของผู้กู้และผู้กู้ร่วม และ โฉนดที่ดิน หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุดตัวจริงที่ปลอดภาระหนี้เท่านั้น
- เอกสารแสดงความสัมพันธ์ (กรณีกู้ร่วม) ทะเบียนสมรส ใบเกิด หรือรูปถ่ายครอบครัว
การตัดเงื่อนไขเรื่องสลิปเงินเดือนและสเตตเมนต์ออกไป ช่วยให้คนทำมาหากินสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
ทางออกเรื่องเงินก้อน จัดการง่าย อนุมัติไว ได้วงเงินสูง กับศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ
หากต้องการเงินก้อนฉุกเฉิน ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมอยู่เคียงข้างในยามที่ต้องการเงินด่วน ด้วยบริการจํานําโฉนดที่ดินที่ให้วงเงินประเมินสูง อนุมัติไว รับเงินก้อนไปหมุนเวียนได้ทันใจ จุดเด่นคือขั้นตอนการพิจารณาที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องดูสเตตเมนต์ และไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน
ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมให้บริการสินเชื่อโฉนดที่ดิน บ้าน ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดอกเบี้ยเป็นธรรม ทำสัญญาแล้วได้คู่สัญญาทันที ตอบโจทย์ทุกความต้องการจากประสบการณ์กว่า 40 ปีในวงการสินเชื่อ ที่ยึดคติการทำงาน “มั่นใจ โปร่งใส และถูกกฎหมาย” พร้อมเติบโต คู่ชาวไทย ไม่ต้องใช้คนค้ำประกันและไม่ต้องโอนเปลี่ยนชื่อหลังโฉนด ให้ยังคงเป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์บนที่ดินได้ตามปกติ
แวะเข้ามาพูดคุยและสามารถประเมินวงเงินเบื้องต้นฟรีผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” พร้อมให้บริการบนทั้งระบบ iOS และ Android หรือมาปรึกษาได้ที่ “ศ. ศาลาสีส้ม” สาขาของศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจใกล้บ้านกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทาง LINE Official: @srisawad และ Call Center โทร 1652 ได้ตลอดเวลาทำการ
หมายเหตุ :
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
- สินเชื่อบ้านและที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% - 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 120 งวด
- ระยะเวลาการได้รับโฉนดคืนภายใน 15 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าควรศึกษาข้อมูลก่อนทำสินเชื่อทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
- กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง ? มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร
- คู่รัก LGBTQ+ กับบ้านในฝัน: กู้ร่วม ง่ายกว่าที่คิด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้ร่วมของสินเชื่อบ้านแลกเงิน (FAQs)
Q: อายุของผู้กู้ร่วมมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อบ้านแลกเงินหรือไม่
A: มีผลในการคำนวณระยะเวลาผ่อนชำระ สถาบันการเงินมักกำหนดอายุสูงสุดของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนแล้วต้องไม่เกิน 65-75 ปี หากผู้กู้ร่วมมีอายุมาก อาจทำให้ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ได้รับอนุมัติสั้นลง ซึ่งจะส่งผลให้ค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนสูงขึ้นตามไปด้วย
Q: อาชีพอิสระที่รับเงินสดล้วน ๆ สามารถขอกู้ร่วมได้หรือไม่
A: สามารถทำได้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจเข้าใจคนทำอาชีพอิสระ ซึ่งจะเน้นประเมินความสามารถในการชำระหนี้และมูลค่าหลักทรัพย์เป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สเตตเมนต์หรือสลิปเงินเดือนมายืนยัน
Q: หากผ่อนชำระไประยะหนึ่งแล้ว สามารถขอถอนชื่อผู้กู้ร่วมออกได้หรือไม่
A: สามารถขอถอนชื่อได้ โดยผู้กู้หลักที่ต้องการรับภาระหนี้ไว้เพียงคนเดียว จะต้องยื่นเรื่องขอประเมินโครงสร้างหนี้ใหม่กับสถาบันการเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าความสามารถในการผ่อนชำระของคนเพียงคนเดียวเพียงพอต่อยอดหนี้ที่เหลืออยู่หรือไม่







