Key Takeaways
การแก้ไขปัญหาเงินไม่พอใช้ จนรู้สึกว่ามีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย สามารถจัดการได้ด้วย 3 ขั้นตอน คือ การหาสาเหตุที่แท้จริงของรูรั่วทางการเงิน, การลงมือหั่นรายจ่ายแฝงพร้อมหารายได้เพิ่ม และการจัดการสภาพจิตใจไม่ให้เครียดจนตัดสินใจพลาด หากจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉินจริง ๆ ควรเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย ดูดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและเงื่อนไขให้เข้าใจก่อน และกู้เท่าที่สามารถชำระคืนได้ ผู้ที่มีรถหรือทรัพย์สินอาจพิจารณาสินเชื่อที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน แทนการกู้หนี้นอกระบบที่มีความเสี่ยง

สำหรับคนทำมาหากินอิสระ พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด พี่น้องไรเดอร์ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่รับงานจ้างเป็นจ๊อบ ๆ ปัญหาเงินไม่พอใช้ อาจเกิดขึ้นได้บ่อย เพราะรายได้ในแต่ละวันไม่แน่นอน ขณะที่คนทำงานประจำมักจะเผชิญภาวะเงินเดือนไม่พอใช้เฉพาะช่วงใกล้สิ้นเดือน แต่คนทำอาชีพอิสระกลับต้องรับมือกับรายได้ที่ไม่แน่นอนแบบ “วันต่อวัน” ขณะที่ยังมีค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดรถ และค่าใช้จ่ายในครอบครัวที่ต้องจ่ายตรงเวลาเหมือนเดิม จึงทำให้หลายคนเกิดภาวะหมุนเงินแบบชักหน้าไม่ถึงหลัง เมื่อรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความเครียดเงินไม่พอใช้จึงเริ่มสะสมจนบั่นทอนทั้งสุขภาพกายและจิตใจ
หากใครกำลังตกอยู่ในวงจรนี้ การตั้งสติแล้วค่อย ๆ ปลดล็อกทีละเปลาะตาม 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ จะช่วยอุดรอยรั่วและคืนสภาพคล่องให้กระเป๋าเงินกลับมาหายใจได้อีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 1 หาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมเงินไม่พอใช้
ก่อนจะไปวิ่งหาเงินก้อนมาโปะหนี้ ต้องรู้ก่อนว่ารูรั่วของกระเป๋าเงินอยู่ตรงไหน ลองสำรวจตัวเองดูว่าปัญหาที่พ่อค้าแม่ขายเจอกันบ่อยที่สุด 3 ข้อนี้ ปัญหาของเราเกิดจากจุดไหน จะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดจริง ๆ
รายได้ผันผวนรายวัน แต่บิลรายจ่ายมาคงที่
คนทำอาชีพอิสระต้องสู้กับยอดขายที่ไม่แน่นอน บางช่วงแดดออกขายดี บางช่วงเจอพายุเข้าตลาดเงียบเกือบทั้งสัปดาห์ แต่ต้นทุนชีวิตพื้นฐานอย่างค่าเช่าแผง ค่าผ่อนบ้าน และค่าข้าว ไม่เคยลดราคาให้ตามสภาพอากาศ ทำให้เงินที่หาได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายในบางเดือน
ต้นทุนแฝงในการทำมาหากินขยับสูงขึ้น
ราคาแก๊สหุงต้ม ราคาเนื้อสัตว์ ค่าน้ำมันรถส่งของ หรือค่าซ่อมบำรุงมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ขับขี่วิ่งงาน ปรับตัวแพงขึ้นแทบทุกเดือน ทำให้ต่อให้ยืนผัดกับข้าวจำนวนจานเท่าเดิม หรือขี่รถส่งของได้จำนวนรอบเท่าเดิม แต่กำไรสุทธิที่เหลือเข้าบ้านกลับลดลงจนไม่พอรายจ่าย
ขาดการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
การค้าขายหรือรับจ้างโดยอาศัยแค่การจำยอดในหัว เป็นจุดเริ่มของรอยรั่วทางการเงิน เราจึงควรรู้ว่าในแต่ละวันเงินถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง เพราะการจดบันทึกอย่างละเอียดจะช่วยให้มองเห็นรายจ่ายจุกจิก และช่วยควบคุมนิสัยการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นได้ทันท่วงที
เอาเงินส่วนตัวกับเงินหมุนในร้านมาใช้กระเป๋าเดียวกัน
อีกปัญหาที่พบบ่อย คือการควักเงินสดออกจากกระเป๋าเดียว ใช้ซื้อทั้งผักหมูเข้าร้านรอบพรุ่งนี้ จ่ายค่าน้ำมันรถ และซื้อขนมให้ลูก พอถึงรุ่งเช้าต้องไปตลาดค้าส่งกลับพบว่าเงินทุนหมุนเวียนละลายหายไปกับค่าใช้จ่ายในบ้านหมดแล้ว
ขั้นตอนที่ 2 ลงมือเปลี่ยนแปลง หยุดวิกฤตรายจ่ายท่วมรายรับ
พอรู้แล้วว่าเงินไม่พอใช้เพราะอะไร ขั้นต่อไปคือลองปรับวิธีใช้เงินใหม่ ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในทีเดียว แค่เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้จริง ก็ช่วยให้เห็นเงินของตัวเองชัดขึ้นว่า หาได้เท่าไร ใช้ไปกับอะไร และเหลือเท่าไร
แยก "เงินทำกิน" ออกจาก "เงินใช้"
หลายคนขายของได้ทุกวัน แต่พอสิ้นวันกลับไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน เพราะเงินทุนกับเงินใช้ปนกันหมด ลองแยกเป็น 2 กระเป๋าให้ชัด กระเป๋าหนึ่งไว้หมุนทำงาน อีกกระเป๋าไว้ใช้ส่วนตัว จะช่วยให้เห็นทันทีว่า “วันนี้กำไรจริงเท่าไร” และไม่เผลอใช้เงินทุนจนหมด
ตรวจสอบรายรับรายจ่ายย้อนหลัง
เปิดดูสมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อหารายจ่ายแฝงที่จ่ายแบบไม่รู้ตัว เช่น ค่าธรรมเนียมกดเงินข้ามตู้ หรือค่าบริการแอปพลิเคชันรายเดือนที่ไม่ได้ใช้งานจริง เพื่อรีบกดยกเลิกและดึงเงินส่วนนั้นกลับมาเป็นสภาพคล่อง
จัดลำดับความสำคัญของรายจ่าย
คัดกรองรายการจ่ายในแต่ละวัน โดยเน้นเฉพาะรายจ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการทำมาหากินเป็นอันดับแรก เช่น ค่าวัตถุดิบค้าขาย ค่าน้ำไฟ และค่าเช่าบ้าน ส่วนรายจ่ายเพื่อความบันเทิงหรือของฟุ่มเฟือยต้องงดเว้นไว้ก่อน 100% พอสถานการณ์ดีขึ้น ค่อยกลับมาซื้อของเหล่านี้ได้บ้าง แต่ก็ต้องระวังอย่าให้มีสัดส่วนที่เยอะเกินไป
บริหารจัดการหนี้ โดยลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน
กางยอดหนี้ทั้งหมดออกมาดู แล้วมุ่งหน้าปิดหนี้ก้อนที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะหนี้นอกระบบหรือบัตรกดเงินสด เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ยทบต้นไม่ให้ขยายวงกว้างจนเกินรายได้ที่ได้รับในแต่ละวัน
ใช้ของที่คล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่า
ปรับเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในบ้านและใช้เป็นวัตถุดิบค้าขาย ลองหันมาใช้สินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือซื้อสินค้ายกแพ็กจากห้างค้าส่งขนาดใหญ่ ซึ่งให้ผลลัพธ์การใช้งานที่คล้ายกัน แต่ช่วยประหยัดต้นทุนลงได้หลายร้อยบาท
เพิ่มรายได้ หารายได้เสริม
เมื่อประหยัดรายจ่ายจนสุดทางแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือการหาช่องทางเพิ่มรายได้ เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายมากขึ้น เช่น พ่อค้าแม่ค้าอาจเพิ่มเมนูทำง่ายกำไรดีขึ้นมาขายคู่กัน หรือคนทำงานประจำอาจใช้เวลาวันหยุดรับจ้างขับรถส่งของเพื่อเปิดโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 จัดการความเครียดที่เงินไม่พอใช้
ปัญหาการเงินมักพาความมืดมนมาสู่ครอบครัว หากปล่อยให้ความเครียดอยู่เหนือสติ มักจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด เช่น การกู้หนี้นอกระบบมาโปะหนี้เก่า ทำให้สุดท้าย แทนที่จะช่วยแก้ปัญหา แต่กลับเป็นการสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
ยอมรับความจริง และวางแผนแก้ไขทันที
เลิกหนีปัญหา เลิกทำเป็นมองไม่เห็นยอดหนี้ ก้าวแรกของการแก้ปัญหาคือการยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเงินกำลังสะดุด แล้วนำบิลทุกใบมากางบนโต๊ะเพื่อวางแผนเจรจาขอผ่อนชำระกับเจ้าหนี้อย่างตรงไปตรงมา
บอกตัวเองว่าจัดการได้ นี่ไม่ใช่ทางตัน
วิกฤตการเงินเป็นปัญหาชั่วคราวที่เกิดขึ้นได้กับคนทำกินทุกคน ท่องไว้เสมอว่ายอดขายซบเซาวันนี้ไม่ได้แปลว่าจะขายไม่ได้ตลอดไป การรักษาพลังใจให้เข้มแข็งคือต้นทุนที่สำคัญที่สุดในการลงมือทำงานแก้หนี้
หาพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ปรึกษาคนในครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญ
อย่าเก็บความเครียดไว้คนเดียวจนเสียสุขภาพ ปรึกษาคนในครอบครัวหรือคู่ชีวิตด้วยเหตุผลเพื่อให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ หรือหันหน้าปรึกษาหน่วยงานให้ความรู้ทางการเงินเพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง
หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วแต่ยังมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก้อนฉุกเฉิน อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำจนหาทางออกไม่ได้ สินเชื่อเงินด่วนจากศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมช่วยคุณเติมสภาพคล่องในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและถูกกฎหมาย 100% ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน เพียงเตรียมเล่มทะเบียนรถหรือโฉนดที่ดิน แล้วมองหาสินเชื่อใกล้ฉันผ่านสาขา "ศ.ศาลาสีส้ม" กว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชันศรีสวัสดิ์ เพื่อให้เราช่วยประคองให้คุณข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างมั่นคง
- อนุมัติไว รับเงินก้อนทันใจ : ขั้นตอนโปร่งใส ไม่ยุ่งยาก ช่วยให้ไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของชีวิต
- ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน : เข้าใจหัวอกคนทำกิน พ่อค้าแม่ขาย และอาชีพอิสระที่ไม่มีเอกสารรายได้
- ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน : ดำเนินการได้ด้วยตัวเองทันที ไม่ต้องรบกวนหรือเกรงใจคนรอบข้าง
- มีรถ มีบ้าน ใช้ทำกินตามปกติ : มอบไว้เพียงเล่มทะเบียนหรือเอกสารสิทธิ์ ทรัพย์สินยังใช้งานสร้างรายได้ได้เหมือนเดิม
ติดต่อสอบถามประเมินวงเงินฟรีได้ที่สาขา "ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ" ใกล้บ้าน หรือแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” พร้อมให้บริการทั้งระบบ iOS และ Android หรือผ่านช่องทาง LINE Official: @srisawad และ Call Center โทร 1652 ได้ตลอดเวลาทำการ
หมายเหตุ :
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
- สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15.27% - 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 36 งวด
- สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15.27% - 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด
- สินเชื่อบ้านและที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% - 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 120 งวด
- ระยะเวลาการได้รับเล่มคืนภายใน 10 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- ระยะเวลาการได้รับโฉนดคืนภายใน 15 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าควรศึกษาข้อมูลก่อนทำสินเชื่อทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาเงินไม่พอใช้ (FAQs)
Q : พ่อค้าแม่ขายไม่มีสลิปเงินเดือน สามารถกู้เงินด่วนถูกกฎหมายได้หรือไม่ ?
A : ทำได้ โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติจากหลักประกันที่มี เช่น เล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือโฉนดที่ดินแทนการดูสลิปเงินเดือน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระโดยเฉพาะ
Q : ค้าขายแล้วเงินหมุนไม่ทัน ควรแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ?
A : ควรหยุดสร้างรายจ่ายใหม่ทันที เจรจาขอผ่อนผันบิลค่าใช้จ่ายที่ยังพอเลื่อนเวลาได้เพื่อเก็บเงินสดในมือไว้ซื้อวัตถุดิบทำกินในรอบวันพรุ่งนี้ และห้ามกู้หนี้นอกระบบมาหมุนเวียนเด็ดขาด
Q : ทำไมได้กำไรทุกวัน แต่ถึงเวลาจริงกลับไม่มีเงินเก็บ ?
A : ส่วนใหญ่เกิดจากการรวมกระเป๋าเงิน ระหว่างเงินต้นค้าขาย กำไร และรายจ่ายในบ้านไว้ด้วยกัน ทำให้เผลอหยิบทุนหมุนเวียนไปใช้จ่ายเรื่องส่วนตัวโดยไม่รู้ตัว การแยกบัญชีรับเงินของร้านค้าออกมาต่างหากจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ทันที







