บทความ > สำรวจบ้านรับมือพายุฤดูร้อน หยุดปัญหาบ้านพัง
สับคัตเอาต์หากว่าต้องทิ้งบ้านไปนาน ๆ
สำรวจบ้านรับมือพายุฤดูร้อน หยุดปัญหาบ้านพัง

สนใจขอสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติไว


ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


สนใจทำประกัน ผ่อนเงินสด ไม่มีดอกเบี้ย

ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


สำรวจบ้านรับมือพายุฤดูร้อน หยุดปัญหาบ้านพัง

ป้องกันปัญหาบ้านพังจากพายุฤดูร้อน

 หน้าร้อน นอกจากแดดจะแรงแล้ว พายุฤดูร้อนยังแรงอีกด้วย มีทั้งลมฝน ฟ้าผ่า และบางพื้นที่ยังมีลูกเห็บตก  ทำให้เกิดปัญหาบ้านพัง หลายคนต้องมาซ่อมบ้านอย่างทุลักทุเล แต่จะดีกว่าไหม หากว่าเราปรับปรุงบ้านให้แข็งแรง ก่อนที่พายุจะเข้า เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น 

ในบทความนี้จึงมาแนะนำวิธีการสำรวจและรีโนเวทบ้านเพื่อพร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อน มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

1. สำรวจการรั่วซึมของหลังคา ฝ้า ผนัง

คงไม่สนุกแน่ หากว่าเราต้องเช็ดน้ำฝนที่รั่วเข้ามาในบ้าน และคงไม่ตลกเหมือนกับในภาพยนตร์ หากว่าเราต้องเอากะละมังมารองน้ำจากหลังคาที่รั่ว แล้วฟังเสียงฝนตกกระทบทั้งคืน เพราะนอกจากจะไม่ปลอดภัยแล้ว ยังอาจจะทำให้นอนหลับไม่สนิทอีกด้วย 

ดังนั้น ก่อนที่พายุจะมา แนะนำให้สำรวจรอยรั่ว รอยร้าวบริเวณหลังคา ฝ้า และผนังให้เรียบร้อย หากพบรอยแตกร้าวหรือคราบน้ำ ให้ทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อย หากเป็นรอยรั่วเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ปิดรอยร้าวและสีทากันรั่วซึม แต่หากว่าเป็นรอยแตกหรือรอยร้าวที่ยากเกินแก้ไข แนะนำให้จ้างช่างที่มีความเชี่ยวชาญจะดีกว่า 

2. ทำความสะอาดรางน้ำฝน และท่อระบายน้ำ

สิ่งที่ทำได้ทันที และเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ การทำความสะอาดรางน้ำฝนและท่อระบายน้ำรอบบ้าน 

บริเวณรางน้ำฝนและในท่อระบายน้ำ มักจะมีเศษใบไม้และกิ่งไม้เข้าไปสะสมอยู่ ทำให้ระบายน้ำไม่ได้ดีเท่าที่ควร และหากว่าฝนตกฟ้าคะนองหนัก ๆ อาจจะทำให้ระบายน้ำไม่ทัน น้ำเอ่อล้น และทำให้รั่วซึมเข้ามาภายในบ้านได้ ด้วยเหตุนี้ จึงควรทำความสะอาดรางน้ำฝนและเก็บเศษใบไม้บริเวณท่อระบายน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำรอระบาย 

3. สำรวจต้นไม้ใหญ่รอบบ้าน

พายุฤดูร้อนเป็นพายุที่มีลมแรง และสามารถสร้างความเสียหายต่อบ้าน พืชผลทางการเกษตร ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่เสียหายได้ ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้หัก หรือต้นไม้หักโค่นเพราะแรงลม 

ดังนั้น ก่อนที่พายุฤดูร้อนจะเดินทางมา ให้สำรวจต้นไม้ใหญ่รอบบ้านให้ดีว่ารากยึดติดแน่น หรือมีความแข็งแรงหรือไม่ หากว่าเป็นไม้ยืนตาย แนะนำให้ถอนทิ้งทันที แต่หากว่าเป็นต้นไม้ที่เพิ่งลงใหม่ รากยังไม่แข็งแรง ให้เพิ่มหลักยึดด้วยไม้ค้ำยัน 

นอกจากนี้ แนะนำให้ตัดกิ่งไม้ใหญ่ โดยเฉพาะกิ่งที่อยู่ใกล้กับตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตราย จากการหักโค่นทับหลังคาบ้าน หรือส่วนอื่น ๆ ของบ้าน 

สับคัตเอาต์หากว่าต้องทิ้งบ้านไปนาน ๆ

4. สำรวจระบบไฟฟ้าและประปา 

ไม่เพียงการสำรวจความแข็งแรงของบ้านเท่านั้นที่สำคัญ แต่การตรวจตราระบบไฟฟ้าและประปาภายในบ้านก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ก่อนหน้าที่พายุจะมาถึง ให้ทำการสำรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้เรียบร้อยว่า มีบริเวณไหนรั่วซึม หรือเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่ มีการติดตั้งสายดินเพื่อความปลอดภัยหรือยัง และสำหรับบ้านที่เป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม แนะนำให้ย้ายปลั๊กไฟขึ้นที่สูง และหากต้องทิ้งบ้าน แนะนำให้สับคัตเอาต์ลงเพื่อความปลอดภัย 

นอกจากนี้ให้สำรวจระบบประปา และสำรองน้ำเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้งต่าง ๆ 

5. สำรวจเฟอร์นิเจอร์และของรอบบ้าน

  บ้านไหนที่มีเฟอร์นิเจอร์สนาม หรือวางของเอาไว้นอกบ้าน ให้เคลื่อนย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย หรือยึดเฟอร์นิเจอร์เข้ากับหลักยึดให้เรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าเวลาที่ลมพายุมาแรง ของจะไม่ลอยปลิวไปสร้างอันตรายให้แก่คนในบ้าน หรือบ้านอื่น 

สำหรับสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา แนะนำให้เก็บใส่กล่อง แล้วนำไปไว้ในบ้าน หรือจุดที่ปลอดภัยก่อนจะดีกว่า เพราะนอกจากจะปลิวหายได้แล้ว ยังสามารถปลิวใส่คน สัตว์เลี้ยง และตัวบ้าน ลดความเสี่ยงของความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

6. สำรวจความแข็งแรงของกันสาด

ปัญหาหนึ่งของบ้านที่ติดตั้งกันสาด หรือมีส่วนที่ต่อเติมยื่นออกมาจากตัวบ้านคือ มักจะเกิดการชำรุดเสียหายโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น ให้สำรวจความแข็งแรงของกันสาด หากพบว่ามีส่วนที่เสี่ยงจะหลุด หรือชำรุดเสียหาย ให้ดำเนินการซ่อมแซมให้เรียบร้อย 

หากว่าบ้านไหนไม่มีกันสาด แนะนำให้ติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อป้องกันฝนสาดเข้ามาภายในตัวบ้านและสร้างความเสียหายได้ นอกจากนี้ ให้สำรวจยาแนวและซิลิโคนรอบ ๆ ตัวบ้าน เพื่อป้องกันการรั่วซึมบริเวณกรอบหน้าต่าง 

7. สำรวจความแข็งแรงของตัวบ้าน

  นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว แนะนำให้สำรวจโครงสร้างโดยรวมของบ้านว่ามีส่วนไหนชำรุดเสียหาย มีรอยร้าว และในส่วนของผนังบ้าน หน้าต่าง ประตู กระจก มีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ เพื่อที่ในกรณีที่ต้องเผชิญพายุลมแรง หรือลูกเห็บตกใส่ จะไม่สร้างความเสียหาย หรือพังลงมาแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 


ผู้ที่สำรวจบ้านแล้ว มีบางส่วนที่ต้องซ่อมแซม หรือต้องรีโนเวทบ้านใหม่ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น แล้วต้องการเงินก้อนมารีโนเวทบ้าน เพื่อให้พร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อน สามารถขอสินเชื่อบ้าน จาก “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ด้วยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.25% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อน 12 งวด หากสนใจสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ กว่า 5,500 สาขาใกล้บ้านคุณ หรือลองโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1652 หรือ LINE Official @srisawad 

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

*เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

Share This