บทความ > 7 ข้อต้องรู้! คุมงบงานแต่งไม่ให้บานปลาย แต่ออกมาคุ้มค่าสุด ๆ
เจ้าบ่าวเจ้าสาวในงานแต่งงาน
7 ข้อต้องรู้! คุมงบงานแต่งไม่ให้บานปลาย แต่ออกมาคุ้มค่าสุด ๆ

สนใจขอสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติไว


ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


สนใจทำประกัน ผ่อนเงินสด ไม่มีดอกเบี้ย

ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


7 ข้อต้องรู้! คุมงบงานแต่งไม่ให้บานปลาย แต่ออกมาคุ้มค่าสุด ๆ

เจ้าบ่าวเจ้าสาวในงานแต่งงาน

งานแต่งงาน เป็นงานสำคัญในชีวิตคู่ของใครหลายคน แต่การเตรียมงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก บางครั้งก็อาจทำให้งบบานปลายได้ ดังนั้น คู่บ่าวสาวจึงควรวางแผนและจัดการงบประมาณอย่างรอบคอบ เพื่อให้งานแต่งงานออกมาสมบูรณ์แบบและเป็นไปตามงบประมาณที่ตั้งไว้ สำหรับบ่าวสาวที่กำลังมีข่าวดี อยากจัดงานแต่งให้ตรงใจ เข้ามารู้จักวิธีคุมงบงานแต่งไม่ให้บานปลายได้ในบทความนี้

วิธีคุมงบงานแต่งไม่ให้บานปลาย

1. กำหนดงบงานแต่งงานให้ชัดเจน

ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด คือการกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน โดยควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนแขก สถานที่จัดงาน อาหาร เครื่องดื่ม การตกแต่ง เสื้อผ้าหน้าผม เป็นต้น จากนั้นจึงทำการประมาณการค่าใช้จ่ายในแต่ละส่วน เพื่อให้ได้ตัวเลขงบประมาณที่ชัดเจน รวมถึงอาจกำหนดงบประมาณไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดประมาณ 10-20% สำหรับเหตุฉุกเฉิน

ตัวอย่างการแบ่งสัดส่วนงบประมาณงานแต่งงาน

  • สถานที่จัดงาน: 20%
  • อาหารและเครื่องดื่ม: 30%
  • ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว: 10%
  • ของตกแต่ง: 5%
  • ช่างภาพและวิดีโอ: 10%
  • ของชำร่วย: 5%
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ: 20%

2. เลือกแพ็กเกจงานแต่งที่ตอบโจทย์

สำหรับคู่รักที่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องการจัดงาน และมีความต้องการอยากคุมงบแต่งงาน ในปัจจุบันมีแพ็กเกจงานแต่งของบริการต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย โดยแพ็กเกจเหล่านี้จะรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ทำให้สะดวกและประหยัดเวลาในการบริหารงานแต่ละส่วน ที่สำคัญควรเปรียบเทียบราคาและรายละเอียดของแพ็กเกจต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจเลือก

ตัวอย่างแพ็คเกจงานแต่งงาน A : 120,000 บาท

  • ห้องนอนโรงแรมสำหรับบ่าวสาว 1 คืน
  • ห้องเปลี่ยนชุด สำหรับเพื่อนสนิทและครอบครัว
  • เครื่องดื่มไม่จำกัด
  • โลโก้ชื่อบ่าวสาว
  • สแตนด์ดอกไม้บนเวที
  • ช่อดอกไม้ติดเสื้อ 
  • ช่อดอกไม้เจ้าสาว
  • เค้กแต่งงาน
  • จอโปรเจคเตอร์ LCD สำหรับ Wedding Presentation
  • เพลงประกอบงาน

3. จำกัดจำนวนแขกให้เหมาะสม

จำนวนแขกเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่องบงานแต่งงานโดยตรง ดังนั้น การพิจารณาจำนวนแขกให้เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยอาจเลือกเชิญเฉพาะแขกคนสนิท เช่น ครอบครัว เพื่อนสนิท และญาติผู้ใหญ่ เพื่อควบคุมจำนวนแขกให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม จะช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณบานปลาย

เคล็ดลับ

  • เขียนรายชื่อแขกของคุณทั้งหมด และจัดลำดับความสำคัญ
  • ปรึกษากับคู่ของคุณเกี่ยวกับจำนวนแขกที่รองรับได้
  • ใช้เครื่องมือวางแผนงานแต่งงานออนไลน์ เพื่อติดตามรายชื่อแขกของคุณ
  • ส่งการ์ดเชิญที่ระบุจำนวนแขกที่คุณเชิญ

4. เลือกสถานที่จัดงานขนาดไม่ใหญ่มาก

สถานที่จัดงานเป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายหลักในงานแต่งงาน จึงควรเลือกสถานที่ที่เหมาะสมกับงบประมาณและจำนวนแขก หากต้องการประหยัดงบแต่งงาน อาจเลือกสถานที่จัดงานที่ไม่แพง เช่น ร้านอาหาร หอประชุม หรือพื้นที่ส่วนตัว เลือกสถานที่จัดงานที่มีแพ็กเกจรวม อาหาร เครื่องดื่ม และบริการต่าง ๆ เลือกสถานที่จัดงานที่มีโปรโมชันหรือส่วนลด หรือเลือกจัดงานแต่งงานขนาดเล็ก เน้นความสวยงามและอบอุ่น ในสไตล์มินิมอล

5. เลือกชุดแต่งงานและของชำร่วยแบบเรียบง่าย

ชุดแต่งงาน อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของงาน ซึ่งสามารถเลือกได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อชุดมือสอง ซึ่งเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ได้ชุดสวยไม่แพ้ชุดใหม่ หรือการเช่าชุดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชุดสวยหลากหลายสไตล์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเก็บรักษา หรือเลือกชุดแบบเรียบง่าย เน้นความสวยงามแบบมินิมอล ดูดี สบายตัว เหมาะกับงานแต่งแบบเรียบง่าย

สำหรับในส่วนของชำร่วย เปรียบเสมือนของที่ระลึกแทนคำขอบคุณสำหรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน โดยไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง โดยยังมีทางเลือกที่ช่วยประหยัดและสร้างความประทับใจได้ เช่น การทำของชำร่วยเอง เลือกซื้อของชำร่วยแบบเรียบง่าย ราคาประหยัด หรือเลือกของชำร่วยที่มีประโยชน์ แขกสามารถนำไปใช้งานต่อได้ เช่น ต้นไม้ ของใช้ในบ้าน

เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสุขในงานแต่งงาน

6. ขอความช่วยเหลือจากครอบครัวและเพื่อนฝูง

การขอความช่วยเหลือจากครอบครัวและเพื่อนฝูง เป็นวิธีที่ดีในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและการเตรียมงานส่วนต่าง ๆ ช่วยให้บ่าวสาวสามารถจัดงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบและประหยัดงบประมาณได้

  • การช่วยเตรียมอาหารบางส่วน
  • การช่วยจัดงานเลี้ยงแบบง่าย ๆ
  • การเตรียมสถานที่/ช่วยตกแต่งสถานที่ 
  • งานพิธีกร กิจกรรมหรือการแสดง เช่น ร้องเพลง เล่นดนตรี
  • การถ่ายรูปภายในงาน
  • การแต่งหน้า ทำผม

7. วางแผนการเตรียมงานแต่งงานล่วงหน้า

การวางแผนงานล่วงหน้า จะช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจเริ่มวางแผนตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีก่อนวันแต่งงาน ช่วยให้มีเวลาหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด และตัดสินใจอย่างรอบคอบ

ตัวอย่างการวางแผนเตรียมงานแต่งงานล่วงหน้า

  • 12 เดือนก่อนวันแต่งงาน: หารือกับคู่รักและครอบครัวเกี่ยวกับรูปแบบงานแต่งงาน งบประมาณ และจำนวนแขก
  • 6 เดือนก่อนวันแต่งงาน: สั่งทำหรือซื้อชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว / จองช่างแต่งหน้า-ทำผม
  • 3 เดือนก่อนวันแต่งงาน: ยืนยันจำนวนแขกกับสถานที่จัดงาน และชำระเงินมัดจำสำหรับบริการต่าง ๆ
  • 1 เดือนก่อนวันแต่งงาน: ยืนยันรายละเอียดทั้งหมดกับสถานที่จัดงานและผู้ให้บริการต่าง ๆ
  • 1 สัปดาห์ก่อนวันแต่งงาน: ตรวจสอบสภาพอากาศ และเตรียมแผนสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • 1 วันก่อนวันแต่งงาน: ผ่อนคลายและสนุกกับงาน

งานแต่งงานเป็นดั่งความฝันอันแสนหวานของใครหลายคน แต่อาจมีความคาดหวังและแรงกดดัน จนอาจเผลอลืมไปว่า สิ่งสำคัญที่สุดของงานแต่งงาน คือ เรื่องของความสุข ทั้งจากตัวคุณเองและคู่ชีวิต ดังนั้น การเลือกจัดงานแต่งแบบประหยัดก็อบอุ่นและสมบูรณ์แบบได้ในตัวเอง

สำหรับใครที่ยังมีความกังวลเรื่องงบการจัดงานแต่งงาน หรือต้องเงินสำรองเผื่อเหลือ เผื่อขาด ศรีสวัสดิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คู่รักได้จัดงานแต่งงานอย่างที่ฝันไว้ ด้วยบริการสมัครสินเชื่อเงินด่วนทันใจ  โดยไม่ต้องเตรียมเอกสารยุ่งยาก สมัครได้ผ่านเว็บไซต์ หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้เลยที่ศรีสวัสดิ์กว่า 5,500 สาขาทั่วไทยหรือโทร 1652 หรือ LINE Official @srisawad

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 

*เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ข้อมูลอ้างอิง:

Share This