ประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด

ประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด

icon21 พฤศจิกายน 2566

เมื่อต้องทำประกันรถยนต์ หนึ่งในปัญหาที่หลายคนสงสัยมากที่สุด ก็คือประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ไหนจะมีประกันชั้น 2+ และ 3+ อีกที่เพิ่มเข้ามา วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะมาอธิบายเรื่องนี้ให้หายงงกันไปเลยว่า ประกันแต่ละชั้นต่างกันยังไงในแง่ความคุ้มครอง และเงินที่เสียในแต่ละประเภท มาดูก่อนต่อประกันกันดีกว่า

ประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร มีเงื่อนไขความคุ้มครองอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะตั้งสติก่อนสตาร์ตรถกี่ครั้ง อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้น เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนน การทำประกันรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน และแน่นอนว่า เมื่อพูดถึงการพิจารณาทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ นอกจากจะต้องเทียบเบี้ยประกันรถยนต์แล้ว เจ้าของรถยนต์หลาย ๆ คนอาจเกิดคำถามเกี่ยวกับประกันรถยนต์แต่ละชั้น ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 2+ ชั้น 3 และชั้น 3+ ว่าควรเลือกอย่างไร 

หากใครกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะซื้อประกันรถยนต์ประเภทไหนดี หรือกำลังสงสัยว่าประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ทำไมมีราคาค่าเบี้ยประกันที่ไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่ให้ความคุ้มครองไม่ต่างกันมาก หากใครกำลังสงสัยเช่นนี้อยู่ เตรียมเครื่องยนต์ให้พร้อม แล้วแวะมารู้จักกับประกันรถยนต์ในแต่ละประเภทกันได้เลย!

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คือ ประกันรถยนต์รูปแบบหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกอุบัติเหตุ ทั้งแบบมีและไม่มีคู่กรณี อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองในเรื่องของเหตุสุดวิสัยอย่างภัยธรรมชาติ น้ำท่วม รถหาย และรถไฟไหม้อีกด้วย 

นอกจากนี้ ประกันชั้น 1 กรณีเสียชีวิตหรือบาดเจ็บยังช่วยคุ้มครองและรับผิดชอบคู่กรณีด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันประเภทนี้จะชดเชยค่าอุบัติเหตุ ค่าซ่อมรถยนต์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของคู่กรณีให้ ถือเป็นประกันรถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อตัวเองและผู้ร่วมใช้ท้องถนนอย่างแท้จริง

ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับทุกอุบัติเหตุและความเสียหาย ประกันชั้น 1 จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หัดขับที่ยังไม่เชี่ยวชาญการขับรถยนต์มากนัก ไปจนถึงรถยนต์คันใหม่ที่เพิ่งถอยมาได้หมาด ๆ รวมทั้งรถยนต์ทุกรุ่นและราคาที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี

ประกันชั้น 1 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

นอกจากเรื่องที่คนสงสัยอย่างประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ก็ยังอีกเรื่องที่หลายคนน่าจะแอบสงสัยไม่แพ้กัน อย่างสิ่งที่ประกันชั้นไม่คุ้มครอง ซึ่งโดยหลักแล้วจะไม่คุ้มครองในกรณีเหล่านี้ เช่น หากคุณขับรถขณะมึนเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ, นำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้รับจ้างขนส่งสินค้าโดยไม่แจ้ง, แข่งขันความเร็วบนท้องถนน, หรือดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีเหล่านี้บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

หากรู้สึกว่ารถยนต์ที่ขับขี่อยู่นั้น มีอายุการใช้งานที่นานกว่า 7 ปีแล้ว รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ และงบประมาณของตัวเองยังไม่ลงล็อกกับประกันชั้น 1 บริษัทประกันภัยชั้นนำหลาย ๆ แห่งก็มาพร้อมกับตัวเลือกอย่างประกันชั้น 2+ ให้เจ้าของรถยนต์ทุกคนได้พิจารณาเช่นกัน

ประกันชั้น 2+ จะมีความคุ้มครองทุกด้านครอบคลุมเหมือนประกันรถยนต์ชั้น 1 คือให้ความคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุ แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต้องเป็นแบบมีคู่กรณีเท่านั้น จึงไม่เหมาะกับผู้ขับขี่มือใหม่ ที่ยังไม่เชี่ยวชาญในการควบคุมรถยนต์ ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดเหตุเฉี่ยวชนต้นไม้ เสาไฟ และอื่น ๆ ได้ง่าย 

นอกจากนี้ ประกันชั้น 2+ ยังให้ความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถยนต์ให้แก่คู่กรณีเท่านั้น แต่ยังให้ความคุ้มครองในกรณีสูญหายและไฟไหม้แก่รถยนต์ของผู้เอาประกันอีกด้วย

ประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ความคุ้มครองของประกันชั้น 2+ จะไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกัน หากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยรถชนกำแพงบ้านตัวเอง, ขับรถเสียหลักตกข้างทาง, หรือกรณีที่คุณเป็นฝ่ายขับไปชนต้นไม้โดยไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ โดยทั่วไปมักไม่รวมความเสียหายต่อกระจกรถยนต์ที่ไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะ

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

ในส่วนของประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นจะเป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากประกันรถยนต์ชั้น 2+ กล่าวคือ ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองทรัพย์สินและค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่ให้ความคุ้มครองในทรัพย์สินหรือตัวของผู้เอาประกัน

นอกจากนี้ ประกันชั้น 2 ยังจะคุ้มครองผู้เอาประกันเฉพาะในกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้เท่านั้น ดังนั้น หากรถยนต์เสียหายจากอุบัติเหตุ แม้จะมีคู่กรณี บริษัทประกันก็จะไม่ให้ความคุ้มครอง

จากการคุ้มครองทั้งหมดนี้ ประกันชั้น 2 จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการขับขี่พอสมควร อีกทั้งยังมีพฤติกรรมขับรถยนต์ไม่ประมาทและเกิดอุบัติเหตุน้อย รวมถึงยังเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีอีกด้วย

ประกันชั้น 2 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 2 จะไม่รับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกกรณี ตัวอย่างเช่น หากคุณขับรถไปชนท้ายรถคันอื่น ประกันจะซ่อมให้รถคู่กรณีแต่ไม่ซ่อมรถคุณ หรือหากคุณขับรถชนฟุตบาท ชนเสาไฟฟ้า รวมถึงความเสียหายจากภัยธรรมชาติส่วนใหญ่ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน หรือพายุพัดต้นไม้ล้มทับรถเรา ก็จะไม่คุ้มครองเช่นกัน

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ในส่วนของประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และผู้ที่เอาประกันเป็นฝ่ายผิด โดยจะให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าซ่อมแซมรถยนต์ รวมไปถึงชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้แก่คู่กรณีเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือว่าไฟไหม้อีกด้วย

จากความคุ้มครองของประกันชั้น 3+ จึงเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และผู้ขับขี่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมยานพาหนะสูง โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้น้อย อีกทั้งไม่ค่อยได้ไปจอดไว้ยังต่างสถานที่ จึงไม่เสี่ยงที่จะสูญหายได้

ประกันชั้น 3+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3+ แม้จะซ่อมรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบกอื่นและระบุคู่กรณีได้ แต่จะไม่คุ้มครองหากคุณขับรถชนประตูรั้วบ้านตัวเอง หรือถอยรถชนสิ่งกีดขวางโดยไม่มีคู่กรณี นอกจากนี้ กรณีรถยนต์ถูกโจรกรรม, เกิดไฟไหม้เสียหายทั้งคัน, หรือเสียหายจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ประกันประเภทนี้ก็ไม่ให้ความคุ้มครอง

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3 เป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีราคาค่าเบี้ยน้อยที่สุด ซึ่งจะให้ความคุ้มครองเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ และค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกัน ทั้งในกรณีที่เป็นฝ่ายผิดหรือไม่เป็นฝ่ายผิด อีกทั้งยังไม่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือเกิดเพลิงไหม้ด้วยเช่นกัน

ประกันรถยนต์ประเภทนี้ จึงเหมาะสำหรับรถที่มีอายุมากกว่า 10 ปี และไม่ค่อยได้นำมาใช้งานบ่อย หรือเป็นรถสำรองที่ใช้ภายในครอบครัว ทั้งยังจอดอยู่ในสถานที่ปลอดภัย มีโอกาสสูญหายหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ยาก

 ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3 เป็นประกันภัยพื้นฐานที่รับผิดชอบเฉพาะความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (คู่กรณี) เท่านั้น จะไม่มีการคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกันภัยเลย เช่น หากคุณขับรถเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า, ถูกหินกระเด็นใส่กระจกแตก, หรือแม้แต่กรณีรถยนต์ของคุณถูกขโมย, เกิดไฟไหม้, หรือเสียหายจากน้ำท่วม คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง

ประกันชั้น 1 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ มอบความคุ้มครองที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยทั้งสองประเภทจะดูแลความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลภายนอก (คู่กรณี), ความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) และส่วนใหญ่ยังรวมถึงกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้ด้วย อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ ประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันจากอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น การขับชนรั้ว, ชนเสา, หรือพลิกคว่ำเอง ซึ่งประกันชั้น 2+ โดยทั่วไปจะไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ ทำให้เบี้ยประกันของชั้น 1 มักจะสูงกว่าเพื่อแลกกับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่านั่นเอง

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นเหมาะกับใคร

การเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสมกับตนเองนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอายุของรถยนต์, พฤติกรรมการขับขี่, ลักษณะการใช้งาน, งบประมาณที่มี, ไปจนถึงระดับความกังวลและความต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล การทำความเข้าใจว่าประกันแต่ละชั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มใด จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกแผนประกันที่คุ้มค่าและมอบความอุ่นใจได้มากที่สุดในทุกการเดินทาง

ประกันชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองสูงสุดรอบด้าน

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถใหม่ป้ายแดง, รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5-7 ปี, หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุดในทุกกรณี นอกจากนี้ยังตอบโจทย์สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่หัดขับ, ผู้ที่ต้องใช้รถยนต์เป็นประจำทุกวัน, เดินทางไกลบ่อยครั้ง, หรือจอดรถในพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุแบบมีและไม่มีคู่กรณี รวมถึงรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติบางประการตามเงื่อนไขกรมธรรม์

2. ประกันชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองรถเราเมื่อมีคู่กรณี ในราคาสบายกระเป๋า

เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป, รถที่ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อย, หรือสำหรับผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญและต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน โดยยังคงได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของเราจากการชนกับยานพาหนะทางบกอื่น (ต้องมีคู่กรณี) หากต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมกรณีรถยนต์สูญหายหรือไฟไหม้ด้วย ประกันชั้น 2+ จะเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมกว่า ในขณะที่ชั้น 3+ จะเน้นซ่อมรถเราและรถคู่กรณีเมื่อเกิดการชนกัน

3. ประกันชั้น 2 และ 3 เน้นคุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณีเป็นหลัก

เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการขับขี่สูง มีความระมัดระวัง และมีความเสี่ยงในการเป็นฝ่ายผิดค่อนข้างน้อย หรือสำหรับรถยนต์ที่มีอายุค่อนข้างมากและใช้งานไม่บ่อยนัก โดยประกันชั้น 2 จะเพิ่มความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้ให้กับรถคันเอาประกันเข้ามาด้วย ส่วนประกันชั้น 3 นั้น จะเน้นความรับผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเป็นสำคัญที่สุด โดยมีอัตราเบี้ยประกันที่ประหยัดที่สุดในกลุ่มประกันภาคสมัครใจ

และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ประกันแต่ละชั้นตอบโจทย์คนใช้รถแตกต่างกันไป แต่สำคัญที่สุดก็คือ การไม่ลืมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1, เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2+, เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ 3+ หรือประกันชั้นอื่น ๆ ก่อนทำทุกครั้ง

ทำไมประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท ถึงราคาไม่เท่ากัน ?

เมื่อเทียบประกันรถยนต์ ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ และชั้น 3 นั้นจะเห็นได้ว่าให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงทำให้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายนั้นแตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากเรื่องของความคุ้มครองแล้ว เบี้ยประกันรถยนต์ทั้งในประเภทเดียวกัน หรือคนละประเภทยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น

  • ค่าเสียหายส่วนแรก หากเลือกเป็นแบบจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง หรือ Deductible ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ก็จะถูกลง
  • ประวัติการขับขี่ กรณีตลอดระยะเวลาความคุ้มครองของกรมธรรม์เดิมไม่เคยมีการแจ้งเคลม หรือมีประวัติการเคลมประกันรถยนต์ที่เป็นฝ่าย “ถูก” ค่าเบี้ยประกันก็จะถูกลง
  • อายุของผู้ขับขี่ ระบุผู้ขับขี่ เพื่อขอลดค่าเบี้ยประกันภัยลดลง 5-20% ขึ้นอยู่กับอายุผู้ขับขี่ อายุผู้ขับขี่ยิ่งน้อย เบี้ยประกันรถยนต์ก็ลดน้อย
  • สถานที่ซ่อมรถยนต์ เช่น หากเลือกซ่อมอู่รถยนต์ ก็อาจทำให้เบี้ยประกันราคาถูกกว่าซ่อมที่ศูนย์รถยนต์
  • วงเงินในการคุ้มครองกรณีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การกำหนดวงเงินการรักษาพยาบาลต่อครั้ง และวงเงินคุ้มครองทรัพย์สิน เป็นต้น

ประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท เจ้าของรถยนต์ควรซื้อแบบไหนดี ?

การพิจารณาเลือกซื้อประกันรถยนต์นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้ว การจะตัดสินใจเลือกประกันชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ และชั้น 3 นั้นเริ่มต้นง่าย ๆ จากการพิจารณาอายุของรถยนต์เป็นลำดับแรก จากนั้นจึงค่อยดูถึงนิสัยและความเชี่ยวชาญในการขับขี่ เพื่อหากรมธรรม์ที่คุ้มครองได้ครอบคลุมมากที่สุด และสุดท้ายจึงค่อยพิจารณางบประมาณของประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

หากใครเพิ่งถอยรถยนต์มาใหม่ และรักรถมาก หรือเป็นมือใหม่หัดขับที่ยังไม่เชี่ยวชาญ การเลือกทำประกันชั้น 1 ก็อาจตอบโจทย์และให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า แต่สำหรับใครที่พอมีสกิลการขับรถยนต์ และต้องการประหยัดงบประมาณค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ 2+ ก็อาจลงตัวกับความต้องการมากกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ประกันรถยนต์ชั้น 3 หรือ 3+ จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด

เลือกประกันรถยนต์ที่ถูกใจเลือกใช้บริการกับ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ”

เลือกประกันรถยนต์ที่ถูกใจเลือกใช้บริการกับ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ”" class="wp-image-26319"/>

สำหรับเจ้าของรถยนต์คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหน หรือไม่รู้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มาพร้อมกับประกันชั้น 1, 2 และทุกประเภท จากบริษัทประกันภัยชั้นนำของเมืองไทย ให้ทุกคนได้เลือกสรรตามความต้องการ มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และช่วยเลือกประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดได้ พิเศษ ! เมื่อทำประกันรถยนต์ที่ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน สามารถเลือกผ่อนชำระ 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต สบาย ๆ ได้นาน 12 งวด หากสนใจ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 1652 หรือ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ได้ทุกสาขาใกล้บ้าน

ศรีสวัสดิ์แนะนำ แผนประกันรถยนต์ชั้น 1  จาก ไทยไพบูลย์ 

  • คุ้มครองครอบคลุม ซ่อมเขา ซ่อมเรา  รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม 
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,042 บาทต่องวด
  • ผ่อนสด 0% นานสูงสุด 12 งวด 
  • ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (deductible)
  • ประกันตัวผู้ขับขี่สูงสุด 200,000 บาท

สำหรับเจ้าของรถยนต์คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหน หรือไม่รู้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มาพร้อมกับประกันชั้น 1, 2 และทุกประเภท จากบริษัทประกันภัยชั้นนำของเมืองไทย ให้ทุกคนได้เลือกสรรตามความต้องการ มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และช่วยเลือกประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดได้ พิเศษ ! เมื่อทำประกันรถยนต์ที่ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน สามารถเลือกผ่อนชำระ 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต สบาย ๆ ได้นาน 12 งวด หากสนใจ 

หากต้องการคำแนะนำเพื่อเลือกประกันที่ใช่ ติดต่อเราได้เลยที่ ศ.ศาลาสีส้ม ทุกสาขาใกล้บ้าน แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” พร้อมให้บริการบนทั้งระบบ iOS และ Android หรือ www.sawad.co.th, LINE Official: @srisawad และ โทร. 1652 เพื่อรับคำปรึกษาฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ :

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • สำหรับการผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัย ไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตลอดอายุสัญญา
  • นายหน้าประกันวินาศภัย : บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด
  • เลขที่ใบอนุญาต : ว00011/2561
ประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด author

ทีมผู้เชี่ยวชาญประกันภัย ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ
ทีมงานเบื้องหลังที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะ เป็นกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกรมธรรม์อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าความคุ้มครองจะเกิดขึ้นจริงในวันที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ทีมนี้มุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ และการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นอันดับหนึ่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมวิธีหาเงินแบบเร่งด่วนทันใจ พร้อมแนวทางวางแผนการเงินที่ดี

รวมวิธีหาเงินแบบเร่งด่วนทันใจ พร้อมแนวทางวางแผนการเงินที่ดี

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนเผชิญกับสถานการณ์เงินไม่พอใช้ หรือมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินก้อนโดยด่วน หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ แต่ไม่รู้จะหาทางออกที่ไหน ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ เรามี 6 วิธีหาเงิน...

ที่ดินไม่มีโฉนดต้องทำอย่างไรให้มีโฉนดเพื่อขายได้

ที่ดินไม่มีโฉนดต้องทำอย่างไรให้มีโฉนดเพื่อขายได้

ปัญหาเรื่องที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน (น.ส.4) เป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อยในประเทศไทย คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ที่ดินไม่มีโฉนดต้องทําอย่างไรให้มีโฉนดเพื่อให้มีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ และอีกคำถามคือ แล้วที่ดินไม่ม...

ไฟแนนซ์รับรถไม่เกินกี่ปี กับเงื่อนสำคัญที่คนมีรถต้องรู้

ไฟแนนซ์รับรถไม่เกินกี่ปี กับเงื่อนสำคัญที่คนมีรถต้องรู้

เมื่อประสบปัญหาทางการเงิน หลายคนที่มีรถยนต์ใช้งานอาจสงสัยกันว่า หากมีรถเก่า 15-20 ปี จะจัดไฟแนนซ์ได้ไหม และไฟแนนซ์ส่วนใหญ่รับรถไม่เกินกี่ปี วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะมาตอบข้อสงสัยในทุกแง่มุมเกี่ยวกับการเอารถเข้าไฟแ...

1 กันยายน 2569

เป็นหนี้นอกระบบทําไงดี ? รวมวิธีปิดจบหนี้ถาวรแบบถูกกฎหมาย

เป็นหนี้นอกระบบทําไงดี ? รวมวิธีปิดจบหนี้ถาวรแบบถูกกฎหมาย

บอกลาเงินกู้นอกระบบ ! เคลียร์หนี้สินด้วยวิธีปลดหนี้ที่ปลอดภัยและช่วยให้หมดหนี้ได้จริง พร้อมแนะนำสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ทางเลือกในการกู้ยืมเงินก้อนทันใจ

หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปี หากจ่ายไม่ไหว

หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปี หากจ่ายไม่ไหว

เจอใบแจ้งหนี้ค่าส่วนต่างรถยนต์หลังรถโดนยึดไปแล้ว ถึงกับต้องกุมขมับ! หลายคนคงสงสัยว่า ส่วนต่างรถยนต์ต้องจ่ายไหม แล้วถ้าจ่ายไม่ไหวจะเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญ หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปีกันแน่ วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ...

มีเล่มรถเอาไปจำนำได้ไหม ใช้ขอสินเชื่ออะไรได้บ้าง

มีเล่มรถเอาไปจำนำได้ไหม ใช้ขอสินเชื่ออะไรได้บ้าง

เมื่อต้องการเงินก้อนด่วน หลายคนคงนึกถึงทรัพย์สินใกล้ตัวอย่างรถยนต์คู่ใจ แต่คำถามที่ตามมาก็คือ ถ้าเรา มีเล่มรถจํานําได้ไหม แล้วจะขอสินเชื่อแบบไหนได้บ้างที่ขั้นตอนไม่ซับซ้อน วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะมาไขทุกข้อสงสัย ...

ดูทั้งหมด