บทความ > ประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด
ประกันชั้น 1 ต่างกับประกันชั้น 2 อย่างไร
ประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด

สนใจขอสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติไว


ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


สนใจทำประกัน ผ่อนเงินสด ไม่มีดอกเบี้ย

ข้าพเจ้าให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าในการติดต่อเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ


ประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด

เมื่อต้องทำประกันรถยนต์ หนึ่งในปัญหาที่หลายคนสงสัยมากที่สุด ก็คือประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ไหนจะมีประกันชั้น 2+ และ 3+ อีกที่เพิ่มเข้ามา วันนี้ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ จะมาอธิบายเรื่องนี้ให้หายงงกันไปเลยว่า ประกันแต่ละชั้นต่างกันยังไงในแง่ความคุ้มครอง และเงินที่เสียในแต่ละประเภท มาดูก่อนต่อประกันกันดีกว่า 

ประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร มีเงื่อนไขความคุ้มครองอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะตั้งสติก่อนสตาร์ตรถกี่ครั้ง อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้น เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนน การทำประกันรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน และแน่นอนว่า เมื่อพูดถึงการพิจารณาทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ นอกจากจะต้องเทียบเบี้ยประกันรถยนต์แล้ว เจ้าของรถยนต์หลาย ๆ คนอาจเกิดคำถามเกี่ยวกับประกันรถยนต์แต่ละชั้น ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 2+ ชั้น 3 และชั้น 3+ ว่าควรเลือกอย่างไร 

หากใครกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะซื้อประกันรถยนต์ประเภทไหนดี หรือกำลังสงสัยว่าประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ทำไมมีราคาค่าเบี้ยประกันที่ไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่ให้ความคุ้มครองไม่ต่างกันมาก หากใครกำลังสงสัยเช่นนี้อยู่ เตรียมเครื่องยนต์ให้พร้อม แล้วแวะมารู้จักกับประกันรถยนต์ในแต่ละประเภทกันได้เลย!

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คือ ประกันรถยนต์รูปแบบหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกอุบัติเหตุ ทั้งแบบมีและไม่มีคู่กรณี อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองในเรื่องของเหตุสุดวิสัยอย่างภัยธรรมชาติ น้ำท่วม รถหาย และรถไฟไหม้อีกด้วย 

นอกจากนี้ ประกันชั้น 1 กรณีเสียชีวิตหรือบาดเจ็บยังช่วยคุ้มครองและรับผิดชอบคู่กรณีด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันประเภทนี้จะชดเชยค่าอุบัติเหตุ ค่าซ่อมรถยนต์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของคู่กรณีให้ ถือเป็นประกันรถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อตัวเองและผู้ร่วมใช้ท้องถนนอย่างแท้จริง

ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับทุกอุบัติเหตุและความเสียหาย ประกันชั้น 1 จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หัดขับที่ยังไม่เชี่ยวชาญการขับรถยนต์มากนัก ไปจนถึงรถยนต์คันใหม่ที่เพิ่งถอยมาได้หมาด ๆ รวมทั้งรถยนต์ทุกรุ่นและราคาที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี

ประกันชั้น 1 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

นอกจากเรื่องที่คนสงสัยอย่างประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ก็ยังอีกเรื่องที่หลายคนน่าจะแอบสงสัยไม่แพ้กัน อย่างสิ่งที่ประกันชั้นไม่คุ้มครอง ซึ่งโดยหลักแล้วจะไม่คุ้มครองในกรณีเหล่านี้ เช่น หากคุณขับรถขณะมึนเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ, นำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้รับจ้างขนส่งสินค้าโดยไม่แจ้ง, แข่งขันความเร็วบนท้องถนน, หรือดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีเหล่านี้บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

หากรู้สึกว่ารถยนต์ที่ขับขี่อยู่นั้น มีอายุการใช้งานที่นานกว่า 7 ปีแล้ว รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ และงบประมาณของตัวเองยังไม่ลงล็อกกับประกันชั้น 1 บริษัทประกันภัยชั้นนำหลาย ๆ แห่งก็มาพร้อมกับตัวเลือกอย่างประกันชั้น 2+ ให้เจ้าของรถยนต์ทุกคนได้พิจารณาเช่นกัน

ประกันชั้น 2+ จะมีความคุ้มครองทุกด้านครอบคลุมเหมือนประกันรถยนต์ชั้น 1 คือให้ความคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุ แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต้องเป็นแบบมีคู่กรณีเท่านั้น จึงไม่เหมาะกับผู้ขับขี่มือใหม่ ที่ยังไม่เชี่ยวชาญในการควบคุมรถยนต์ ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดเหตุเฉี่ยวชนต้นไม้ เสาไฟ และอื่น ๆ ได้ง่าย 

นอกจากนี้ ประกันชั้น 2+ ยังให้ความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถยนต์ให้แก่คู่กรณีเท่านั้น แต่ยังให้ความคุ้มครองในกรณีสูญหายและไฟไหม้แก่รถยนต์ของผู้เอาประกันอีกด้วย

ประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ความคุ้มครองของประกันชั้น 2+ จะไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกัน หากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยรถชนกำแพงบ้านตัวเอง, ขับรถเสียหลักตกข้างทาง, หรือกรณีที่คุณเป็นฝ่ายขับไปชนต้นไม้โดยไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ โดยทั่วไปมักไม่รวมความเสียหายต่อกระจกรถยนต์ที่ไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะ

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

ในส่วนของประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นจะเป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากประกันรถยนต์ชั้น 2+ กล่าวคือ ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองทรัพย์สินและค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่ให้ความคุ้มครองในทรัพย์สินหรือตัวของผู้เอาประกัน

นอกจากนี้ ประกันชั้น 2 ยังจะคุ้มครองผู้เอาประกันเฉพาะในกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้เท่านั้น ดังนั้น หากรถยนต์เสียหายจากอุบัติเหตุ แม้จะมีคู่กรณี บริษัทประกันก็จะไม่ให้ความคุ้มครอง

จากการคุ้มครองทั้งหมดนี้ ประกันชั้น 2 จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการขับขี่พอสมควร อีกทั้งยังมีพฤติกรรมขับรถยนต์ไม่ประมาทและเกิดอุบัติเหตุน้อย รวมถึงยังเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีอีกด้วย

ประกันชั้น 2 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 2 จะไม่รับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกกรณี ตัวอย่างเช่น หากคุณขับรถไปชนท้ายรถคันอื่น ประกันจะซ่อมให้รถคู่กรณีแต่ไม่ซ่อมรถคุณ หรือหากคุณขับรถชนฟุตบาท ชนเสาไฟฟ้า รวมถึงความเสียหายจากภัยธรรมชาติส่วนใหญ่ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน หรือพายุพัดต้นไม้ล้มทับรถเรา ก็จะไม่คุ้มครองเช่นกัน

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ในส่วนของประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และผู้ที่เอาประกันเป็นฝ่ายผิด โดยจะให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าซ่อมแซมรถยนต์ รวมไปถึงชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้แก่คู่กรณีเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือว่าไฟไหม้อีกด้วย

จากความคุ้มครองของประกันชั้น 3+ จึงเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และผู้ขับขี่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมยานพาหนะสูง โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้น้อย อีกทั้งไม่ค่อยได้ไปจอดไว้ยังต่างสถานที่ จึงไม่เสี่ยงที่จะสูญหายได้

ประกันชั้น 3+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3+ แม้จะซ่อมรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบกอื่นและระบุคู่กรณีได้ แต่จะไม่คุ้มครองหากคุณขับรถชนประตูรั้วบ้านตัวเอง หรือถอยรถชนสิ่งกีดขวางโดยไม่มีคู่กรณี นอกจากนี้ กรณีรถยนต์ถูกโจรกรรม, เกิดไฟไหม้เสียหายทั้งคัน, หรือเสียหายจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ประกันประเภทนี้ก็ไม่ให้ความคุ้มครอง

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3 เป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีราคาค่าเบี้ยน้อยที่สุด ซึ่งจะให้ความคุ้มครองเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ และค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกัน ทั้งในกรณีที่เป็นฝ่ายผิดหรือไม่เป็นฝ่ายผิด อีกทั้งยังไม่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือเกิดเพลิงไหม้ด้วยเช่นกัน

ประกันรถยนต์ประเภทนี้ จึงเหมาะสำหรับรถที่มีอายุมากกว่า 10 ปี และไม่ค่อยได้นำมาใช้งานบ่อย หรือเป็นรถสำรองที่ใช้ภายในครอบครัว ทั้งยังจอดอยู่ในสถานที่ปลอดภัย มีโอกาสสูญหายหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ยาก

 ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3 เป็นประกันภัยพื้นฐานที่รับผิดชอบเฉพาะความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (คู่กรณี) เท่านั้น จะไม่มีการคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกันภัยเลย เช่น หากคุณขับรถเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า, ถูกหินกระเด็นใส่กระจกแตก, หรือแม้แต่กรณีรถยนต์ของคุณถูกขโมย, เกิดไฟไหม้, หรือเสียหายจากน้ำท่วม คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง

ประกันชั้น 1 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ มอบความคุ้มครองที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยทั้งสองประเภทจะดูแลความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลภายนอก (คู่กรณี), ความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) และส่วนใหญ่ยังรวมถึงกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้ด้วย อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ ประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันจากอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น การขับชนรั้ว, ชนเสา, หรือพลิกคว่ำเอง ซึ่งประกันชั้น 2+ โดยทั่วไปจะไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ ทำให้เบี้ยประกันของชั้น 1 มักจะสูงกว่าเพื่อแลกกับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่านั่นเอง

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นเหมาะกับใคร

การเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสมกับตนเองนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอายุของรถยนต์, พฤติกรรมการขับขี่, ลักษณะการใช้งาน, งบประมาณที่มี, ไปจนถึงระดับความกังวลและความต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล การทำความเข้าใจว่าประกันแต่ละชั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มใด จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกแผนประกันที่คุ้มค่าและมอบความอุ่นใจได้มากที่สุดในทุกการเดินทาง 

ประกันชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองสูงสุดรอบด้าน

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถใหม่ป้ายแดง, รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5-7 ปี, หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุดในทุกกรณี นอกจากนี้ยังตอบโจทย์สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่หัดขับ, ผู้ที่ต้องใช้รถยนต์เป็นประจำทุกวัน, เดินทางไกลบ่อยครั้ง, หรือจอดรถในพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุแบบมีและไม่มีคู่กรณี รวมถึงรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติบางประการตามเงื่อนไขกรมธรรม์

2. ประกันชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองรถเราเมื่อมีคู่กรณี ในราคาสบายกระเป๋า

เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป, รถที่ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อย, หรือสำหรับผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญและต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน โดยยังคงได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของเราจากการชนกับยานพาหนะทางบกอื่น (ต้องมีคู่กรณี) หากต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมกรณีรถยนต์สูญหายหรือไฟไหม้ด้วย ประกันชั้น 2+ จะเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมกว่า ในขณะที่ชั้น 3+ จะเน้นซ่อมรถเราและรถคู่กรณีเมื่อเกิดการชนกัน

3. ประกันชั้น 2 และ 3 เน้นคุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณีเป็นหลัก

เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการขับขี่สูง มีความระมัดระวัง และมีความเสี่ยงในการเป็นฝ่ายผิดค่อนข้างน้อย หรือสำหรับรถยนต์ที่มีอายุค่อนข้างมากและใช้งานไม่บ่อยนัก โดยประกันชั้น 2 จะเพิ่มความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้ให้กับรถคันเอาประกันเข้ามาด้วย ส่วนประกันชั้น 3 นั้น จะเน้นความรับผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเป็นสำคัญที่สุด โดยมีอัตราเบี้ยประกันที่ประหยัดที่สุดในกลุ่มประกันภาคสมัครใจ

และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ประกันแต่ละชั้นตอบโจทย์คนใช้รถแตกต่างกันไป แต่สำคัญที่สุดก็คือ การไม่ลืมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1, เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2+, เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ 3+ หรือประกันชั้นอื่น ๆ ก่อนทำทุกครั้ง

ทำไมประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท ถึงราคาไม่เท่ากัน ?

เมื่อเทียบประกันรถยนต์ ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ และชั้น 3 นั้นจะเห็นได้ว่าให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงทำให้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายนั้นแตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากเรื่องของความคุ้มครองแล้ว เบี้ยประกันรถยนต์ทั้งในประเภทเดียวกัน หรือคนละประเภทยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น

  • ค่าเสียหายส่วนแรก หากเลือกเป็นแบบจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง หรือ Deductible ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ก็จะถูกลง
  • ประวัติการขับขี่ กรณีตลอดระยะเวลาความคุ้มครองของกรมธรรม์เดิมไม่เคยมีการแจ้งเคลม หรือมีประวัติการเคลมประกันรถยนต์ที่เป็นฝ่าย “ถูก” ค่าเบี้ยประกันก็จะถูกลง
  • อายุของผู้ขับขี่ ระบุผู้ขับขี่ เพื่อขอลดค่าเบี้ยประกันภัยลดลง 5-20% ขึ้นอยู่กับอายุผู้ขับขี่ อายุผู้ขับขี่ยิ่งน้อย เบี้ยประกันรถยนต์ก็ลดน้อย
  • สถานที่ซ่อมรถยนต์ เช่น หากเลือกซ่อมอู่รถยนต์ ก็อาจทำให้เบี้ยประกันราคาถูกกว่าซ่อมที่ศูนย์รถยนต์
  • วงเงินในการคุ้มครองกรณีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การกำหนดวงเงินการรักษาพยาบาลต่อครั้ง และวงเงินคุ้มครองทรัพย์สิน เป็นต้น

ประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท เจ้าของรถยนต์ควรซื้อแบบไหนดี ?

การพิจารณาเลือกซื้อประกันรถยนต์นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้ว การจะตัดสินใจเลือกประกันชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ และชั้น 3 นั้นเริ่มต้นง่าย ๆ จากการพิจารณาอายุของรถยนต์เป็นลำดับแรก จากนั้นจึงค่อยดูถึงนิสัยและความเชี่ยวชาญในการขับขี่ เพื่อหากรมธรรม์ที่คุ้มครองได้ครอบคลุมมากที่สุด และสุดท้ายจึงค่อยพิจารณางบประมาณของประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

หากใครเพิ่งถอยรถยนต์มาใหม่ และรักรถมาก หรือเป็นมือใหม่หัดขับที่ยังไม่เชี่ยวชาญ การเลือกทำประกันชั้น 1 ก็อาจตอบโจทย์และให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า แต่สำหรับใครที่พอมีสกิลการขับรถยนต์ และต้องการประหยัดงบประมาณค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ 2+ ก็อาจลงตัวกับความต้องการมากกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ประกันรถยนต์ชั้น 3 หรือ 3+ จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด

เลือกประกันรถยนต์ที่ถูกใจเลือกใช้บริการกับ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ”

วิธีเลือกประกันรถยนต์

สำหรับเจ้าของรถยนต์คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหน หรือไม่รู้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มาพร้อมกับประกันชั้น 1, 2 และทุกประเภท จากบริษัทประกันภัยชั้นนำของเมืองไทย ให้ทุกคนได้เลือกสรรตามความต้องการ มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และช่วยเลือกประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดได้ พิเศษ ! เมื่อทำประกันรถยนต์ที่ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน สามารถเลือกผ่อนชำระ 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต สบาย ๆ ได้นาน 12 งวด หากสนใจ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 1652 หรือ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ได้ทุกสาขาใกล้บ้าน

ศรีสวัสดิ์แนะนำ แผนประกันรถยนต์ชั้น 1  จาก ไทยไพบูลย์ 

  • คุ้มครองครอบคลุม ซ่อมเขา ซ่อมเรา  รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม 
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,042 บาทต่องวด
  • ผ่อนสด 0% นานสูงสุด 12 งวด 
  • ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (deductible)
  • ประกันตัวผู้ขับขี่สูงสุด 200,000 บาท

สำหรับเจ้าของรถยนต์คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหน หรือไม่รู้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มาพร้อมกับประกันชั้น 1, 2 และทุกประเภท จากบริษัทประกันภัยชั้นนำของเมืองไทย ให้ทุกคนได้เลือกสรรตามความต้องการ มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และช่วยเลือกประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดได้ พิเศษ ! เมื่อทำประกันรถยนต์ที่ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน สามารถเลือกผ่อนชำระ 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต สบาย ๆ ได้นาน 12 งวด หากสนใจ 

หากต้องการคำแนะนำเพื่อเลือกประกันที่ใช่ ติดต่อเราได้เลยที่ ศ.ศาลาสีส้ม ทุกสาขาใกล้บ้าน แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” พร้อมให้บริการบนทั้งระบบ iOS และ Android หรือ www.sawad.co.th, LINE Official: @srisawad และ โทร. 1652 เพื่อรับคำปรึกษาฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ :

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • สำหรับการผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัย ไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตลอดอายุสัญญา
  • นายหน้าประกันวินาศภัย : บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด
  • เลขที่ใบอนุญาต : ว00011/2561
Share This